วันที่
30
กันยายน 2569 กองทัพเรือจะปลดประจำการเรือชนิดต่างๆ
จำนวน 10 ลำ รวมทั้งเรือหลวงศุกร์เรือสำรวจสมุทรศาสตร์สร้างเองในประเทศลำแรกของประเทศไทย
ผู้เขียนจึงอยากเขียนบทความถึงเรือลำนี้เป็นครั้งสุดท้าย แยกต่างหากจากเรือทุกลำเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล
ถือเป็นการเขียนบทความถึงเรือครั้งสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันไปเติบโต
โครงการเรือสำรวจสมุทรศาสตร์
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสทางทะเล
กองทัพเรือได้จัดเรือหลวงจันทรเป็นเรือพระที่นั่ง มีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ตามเสด็จหลายท่าน
การจัดที่พักทำได้ค่อนข้างยากเพราะมีข้อจำกัดทางด้านห้องพักรับรอง สมุหราชองครักษ์ในขณะนั้นจึงได้เสนอต่อ
กองทัพเรือควรมีเรือขนาดใหญ่กว่าเรือหลวงจันทรจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์มีความต้องการเรือสำรวจสมุทรศาสตร์
นำมาใช้ในการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่
3
กองทัพเรือพิจารณาว่าควรดำเนินการตามที่กรมอุทกศาสตร์เสนอ
แต่อยากเพิ่มขนาดเรือให้ใหญ่กว่าความต้องการนิดหน่อย เพื่อรองรับภารกิจด้านการรับรองการเสด็จประพาสทางทะเล
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
เรือสำรวจสมุทรศาสตร์และเรือพระที่นั่งลำใหม่
ได้รับพระราชทานชื่อว่าเรือหลวงศุกร์ ใช้แบบเรือบริษัท FERROSTALL ประเทศเยอรมัน นำมาสร้างเองในประเทศโดยบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด มีการประกอบพิธีวางกระดูกงูวันที่
30 พฤศจิกายน 2520 พิธีปล่อยเรือลงน้ำวันที่
8 กันยายน 2524 และพิธีขึ้นระวางประจำการวันที่
3 มีนาคม 2525
เรือหลวงศุกร์มีระวางขับน้ำปรกติ
1,400
ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,526 ตัน ยาว
62.90 เมตร กว้าง 11.50 เมตร กินน้ำลึก
4.00 เมตร ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2 เครื่อง ความเร็วสูงสุด
15 นอต ระยะปฏิบัติการไกลสุด 5,000 ไมล์ ที่
12 นอต ปฏิบัติการต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ใช้ลูกเรือจำนวน 58 คน อาวุธป้องกันตัวคือปืนกล Oerlikon
L70 ขนาด 20 มม.จำนวน 2
กระบอก นอกจากอุปกรณ์สนับสนุนการสำรวจสมุทรศาสตร์ ยังมีเรือเล็กจำนวน
3 ลำกับเรดาร์เดินเรืออีก 1 ตัว
ผู้เขียนพยายามหาพี่น้องร่วมสายเลือดของเรือหลวงศุกร์จากประเทศเยอรมัน
โชคร้ายไม่พบเรือที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแม้แต่ลำเดียว เรือที่รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงมากที่สุดอยู่ประเทศอาเจนตินา
เป็นเรือสำรวจเช่นเดียวกันชื่อ ARA Puerto Deseado เข้าประจำการปี 2521 สร้างโดยบริษัท Astarsa อู่ต่อเรือภายในประเทศที่ตอนนี้ถูกควบรวมกิจการแล้ว
บังเอิญเรือสร้างโดยอาเจนตินาระวางขับน้ำ 2,400 ตัน ยาว 76.8
เมตร ขนาดใหญ่กว่าพอสมควรจนไม่อาจเป็นเรือรุ่นเดียวกัน
แผนตามหาต้นกำเนิดเรือหลวงศุกร์จึงได้สิ้นสุดพร้อมความแพ้พ่าย
หลังเข้าประจำการเรือหลวงศุกร์คือเรือธงของกรมอุทกศาสตร์ในการสำรวจทางทะเล
เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุด ทนทะเลมากที่สุด และมีอุปกรณ์สนับสนุนการสำรวจรุ่นใหม่
เรือหลวงศุกร์ทำหน้าที่เดี่ยวมือหนึ่งเป็นเวลา 26 ปี เมื่อเรือหลวงพฤหัสบดีเข้าประจำการในปี 2551 เดี่ยวมือหนึ่งได้ย้ายมาอยู่เรือสำรวจอเนกประสงค์สร้างเองในประเทศลำใหม่
โดยใช้แบบเรือบริษัท Damen Schelde ประเทศเนเธอร์แลนด์ สร้างโดยบริษัทยูนิไทย
ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียรริ่ง จำกัด
นอกจากการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ตามปรกติ
เรือหลวงศุกร์ยังทำหน้าที่เรือพระที่นั่งอีกหนึ่งภารกิจ
ประวัติการทำหน้าที่เรือพระที่นั่งของเรือหลวงศุกร์ผู้เขียนหาข้อมูลได้เพียงครั้งเดียว
ในการเสด็จประพาสทางเรือครั้งที่
6 ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม
ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2526 โดยมีเรือหลวงศุกร์เป็นเรือพระที่นั่ง
พลเรือโทธวัชชัย ตรีเพ็ชร์
เจ้ากรมอุทกศาสตร์เป็นผู้บังคับการหมู่เรือฯ และเรือเอก นคร
ทนุวงษ์เป็นผู้บังคับการเรือ สมเด็จย่าทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ทหาร ตำรวจ
และหน่วยแพทย์ พอ.สว. ในจังหวัดภาคตะวันออก
ข้าราชการและกำลังพลของกองทัพเรือทุกนายที่ตามเสด็จ
ต่างชื่นชมในพระราชจริยาวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน ที่ทรงห่วงใย
ไต่ถามทุกข์สุขของราษฎรที่มาเฝ้ามาเข้าเฝ้าฯ
ด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ถือพระองค์ตลอดการปฏิบัติพระราชภารกิจ
เรือหลวงศุกร์ประจำการราชนาวีไทยเป็นเวลา
44
ปี ถือว่าสมควรกับเหตุและผลเพราะเป็นเรื่องสร้างเองในยุคเก่า
เทคโนโลยีสร้างเรือของเราในปี 2525 ยังไม่ดีเทียบเท่าต่างชาติ
ขอบคุณที่อยู่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนานโดยไม่สร้างปัญหาให้กับกำลังพลและกองทัพเรือ
+++++++++++++++++++++
อ้างอิงจาก
:
http://thaiseafarer.com/naval-force/agor812/
ภาพประกอบจาก
:
หนังสือ “ประวัติกองทัพเรือ” กับ “บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด”



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น