วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

HTMS Suk (812)

 

วันที่ 30 กันยายน 2569 กองทัพเรือจะปลดประจำการเรือชนิดต่างๆ จำนวน 10 ลำ รวมทั้งเรือหลวงศุกร์เรือสำรวจสมุทรศาสตร์สร้างเองในประเทศลำแรกของประเทศไทย ผู้เขียนจึงอยากเขียนบทความถึงเรือลำนี้เป็นครั้งสุดท้าย แยกต่างหากจากเรือทุกลำเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล ถือเป็นการเขียนบทความถึงเรือครั้งสุดท้ายก่อนแยกย้ายกันไปเติบโต

โครงการเรือสำรวจสมุทรศาสตร์

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสทางทะเล กองทัพเรือได้จัดเรือหลวงจันทรเป็นเรือพระที่นั่ง มีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ตามเสด็จหลายท่าน การจัดที่พักทำได้ค่อนข้างยากเพราะมีข้อจำกัดทางด้านห้องพักรับรอง สมุหราชองครักษ์ในขณะนั้นจึงได้เสนอต่อ กองทัพเรือควรมีเรือขนาดใหญ่กว่าเรือหลวงจันทรจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์มีความต้องการเรือสำรวจสมุทรศาสตร์ นำมาใช้ในการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 3

กองทัพเรือพิจารณาว่าควรดำเนินการตามที่กรมอุทกศาสตร์เสนอ แต่อยากเพิ่มขนาดเรือให้ใหญ่กว่าความต้องการนิดหน่อย เพื่อรองรับภารกิจด้านการรับรองการเสด็จประพาสทางทะเล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

เรือสำรวจสมุทรศาสตร์และเรือพระที่นั่งลำใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อว่าเรือหลวงศุกร์ ใช้แบบเรือบริษัท FERROSTALL ประเทศเยอรมัน นำมาสร้างเองในประเทศโดยบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด มีการประกอบพิธีวางกระดูกงูวันที่ 30 พฤศจิกายน 2520 พิธีปล่อยเรือลงน้ำวันที่ 8 กันยายน 2524 และพิธีขึ้นระวางประจำการวันที่ 3 มีนาคม 2525

เรือหลวงศุกร์มีระวางขับน้ำปรกติ 1,400 ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,526 ตัน ยาว 62.90 เมตร กว้าง 11.50 เมตร กินน้ำลึก 4.00 เมตร ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2 เครื่อง ความเร็วสูงสุด 15 นอต ระยะปฏิบัติการไกลสุด 5,000 ไมล์ ที่ 12 นอต ปฏิบัติการต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 15 วัน ใช้ลูกเรือจำนวน 58 คน อาวุธป้องกันตัวคือปืนกล Oerlikon L70 ขนาด 20 มม.จำนวน 2 กระบอก นอกจากอุปกรณ์สนับสนุนการสำรวจสมุทรศาสตร์ ยังมีเรือเล็กจำนวน 3 ลำกับเรดาร์เดินเรืออีก 1 ตัว

ผู้เขียนพยายามหาพี่น้องร่วมสายเลือดของเรือหลวงศุกร์จากประเทศเยอรมัน โชคร้ายไม่พบเรือที่มีลักษณะใกล้เคียงกันแม้แต่ลำเดียว เรือที่รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงมากที่สุดอยู่ประเทศอาเจนตินา เป็นเรือสำรวจเช่นเดียวกันชื่อ ARA Puerto Deseado เข้าประจำการปี 2521 สร้างโดยบริษัท Astarsa อู่ต่อเรือภายในประเทศที่ตอนนี้ถูกควบรวมกิจการแล้ว บังเอิญเรือสร้างโดยอาเจนตินาระวางขับน้ำ 2,400 ตัน ยาว 76.8 เมตร ขนาดใหญ่กว่าพอสมควรจนไม่อาจเป็นเรือรุ่นเดียวกัน แผนตามหาต้นกำเนิดเรือหลวงศุกร์จึงได้สิ้นสุดพร้อมความแพ้พ่าย

หลังเข้าประจำการเรือหลวงศุกร์คือเรือธงของกรมอุทกศาสตร์ในการสำรวจทางทะเล เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุด ทนทะเลมากที่สุด และมีอุปกรณ์สนับสนุนการสำรวจรุ่นใหม่ เรือหลวงศุกร์ทำหน้าที่เดี่ยวมือหนึ่งเป็นเวลา 26 ปี เมื่อเรือหลวงพฤหัสบดีเข้าประจำการในปี 2551 เดี่ยวมือหนึ่งได้ย้ายมาอยู่เรือสำรวจอเนกประสงค์สร้างเองในประเทศลำใหม่ โดยใช้แบบเรือบริษัท Damen Schelde ประเทศเนเธอร์แลนด์ สร้างโดยบริษัทยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียรริ่ง จำกัด

นอกจากการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ตามปรกติ เรือหลวงศุกร์ยังทำหน้าที่เรือพระที่นั่งอีกหนึ่งภารกิจ ประวัติการทำหน้าที่เรือพระที่นั่งของเรือหลวงศุกร์ผู้เขียนหาข้อมูลได้เพียงครั้งเดียว

ในการเสด็จประพาสทางเรือครั้งที่ 6 ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2526 โดยมีเรือหลวงศุกร์เป็นเรือพระที่นั่ง พลเรือโทธวัชชัย  ตรีเพ็ชร์ เจ้ากรมอุทกศาสตร์เป็นผู้บังคับการหมู่เรือฯ และเรือเอก นคร ทนุวงษ์เป็นผู้บังคับการเรือ สมเด็จย่าทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ทหาร ตำรวจ และหน่วยแพทย์ พอ.สว. ในจังหวัดภาคตะวันออก ข้าราชการและกำลังพลของกองทัพเรือทุกนายที่ตามเสด็จ ต่างชื่นชมในพระราชจริยาวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน ที่ทรงห่วงใย ไต่ถามทุกข์สุขของราษฎรที่มาเฝ้ามาเข้าเฝ้าฯ ด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ถือพระองค์ตลอดการปฏิบัติพระราชภารกิจ

เรือหลวงศุกร์ประจำการราชนาวีไทยเป็นเวลา 44 ปี ถือว่าสมควรกับเหตุและผลเพราะเป็นเรื่องสร้างเองในยุคเก่า เทคโนโลยีสร้างเรือของเราในปี 2525 ยังไม่ดีเทียบเท่าต่างชาติ ขอบคุณที่อยู่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนานโดยไม่สร้างปัญหาให้กับกำลังพลและกองทัพเรือ

+++++++++++++++++++++

อ้างอิงจาก : http://thaiseafarer.com/naval-force/agor812/

ภาพประกอบจาก : หนังสือ “ประวัติกองทัพเรือ” กับ “บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น