วันที่
29
กันยายน 2530 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจัดหารถถังเบา
Commando Stingray จากสหรัฐอเมริกาจำนวน 106 คัน แบ่งเป็นรถถังบังคับการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารพิเศษจำนวน 26 คัน กับรถถังลูกแถวจำนวน 80 คัน
มูลค่ารวมทั้งโครงการเท่ากับ 4,136 ล้านบาท
ราคานี้รวมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ แบ่งชำระจำนวน 8 งวดภายในระยะเวลา 5 ปี
รถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์
(Command
Stingray) เป็นผลงานการพัฒนาโดยบริษัทคาดิแลคเกจ เทกซ์ทรอน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอ็กซ์-เซล-โอ คอเปอร์เรชัน
เริ่มต้นเดินหน้าอย่างเต็มตัวในปี 2526
โดยติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 105 มม.แรงถอยต่ำรุ่น
L7A3 ของบริษัทโรยัลออร์แนนซ์ ประเทศอังกฤษ
ใช้ระบบควบคุมการยิงบริษัทมาโคนี่ ประเทศอังกฤษเช่นเดียวกัน
กองทัพบกไทยคือลูกค้ารายแรกที่ได้จัดหา “กระเบนธงจู่โจม” มาใช้งาน โดยมีการเสริมเกราะบริเวณด้านหน้าให้หนากว่าของเดิม
ส่งผลให้น้ำหนักรวมรถถังเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ตัน
ป้องกันแรงระเบิดอาวุธยิงระยะใกล้ได้ดีกว่าเดิม
บริษัทคาดิแลคเกจ
เทกซ์ทรอนออกแบบให้คอมมานโดสติงเรย์มีขนาดเล็กกะทัดรัด
สามารถจัดส่งโดยเครื่องบินลำเลียง C-130 ได้อย่างเหมาะสม
สามารถใช้งานกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มม.มาตรฐานนาโต้ได้หมดทุกรุ่น
เป็นรถถังสำหรับภารกิจที่ต้องการความเร่งด่วน คล่องแคล่ว และรวดเร็ว
มีอำนาจการยิงทำลายรถถังหลักได้ทุกชนิด
ผ่านการทดสอบจริงในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาในเดือนตุลาคม 2530
บริษัทคาดิแลคเกจ
เทกซ์ทรอนได้รับคำสั่งซื้อรถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์จำนวน 106 คันจากกองทัพบกไทย กำหนดส่งมอบตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นไปกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ในปี
2533
ถือเป็นความสำเร็จร่วมระหว่างบริษัทสหรัฐอเมริกากับอังกฤษ
การใช้งานคอมมานโดสติงเรย์ในช่วงแรกประสบปัญหาเรื่องหนึ่ง
รถถังบางคันปืนใหญ่ขนาด 105 มม.รุ่นแต่งซิ่งไม่พร้อมใช้งาน เหตุผลเกิดจากบริษัทโรยัลออร์แนนซ์หรืออาร์โอ
ซึ่งมีชื่อแบบยาวๆ ว่า “แผนกปืนใหญ่และยานยนต์แห่งกรมสรรพาวุธอังกฤษ” ผลิตป้อมปืนตามใบสั่งไม่ทันเวลา
ก่อนหน้านี้ไม่นานเกิดความเปลี่ยนแปลงกับรัฐวิสาหกิจทางทหารของอังกฤษ
บริษัทอาร์โอลีคส์ถูกขายให้กับบริษัทวิคเกอร์ ดีเฟนซ์ ซิสเต็ม
ส่วนอาร์โอถูกขายให้กับบริษัทบริทิช แอโรสเปช
มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่จำนวนมากตามปรกติของการปรับเปลี่ยนผู้ถือครอง
ส่งผลต่อการควบคุมการผลิตระบบอาวุธชนิดต่างๆ ในสายพานการผลิต
รวมทั้งการผลิตปืนใหญ่ขนาด 105 มม.สำหรับคอมมานโดสติงเรย์โดยบริษัทอาร์โอ นอตติ้งแฮม
ซึ่งถูกลดทอนประสิทธิภาพการผลิตอย่างน่าใจหาย
นายจอห์น
เบอรี่ผู้จัดการขายแผนกปืนใหญ่และยานยนต์บริษัทอาร์โอกล่าวว่า
บริษัทถูกบังคับให้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการค้าทั่วโลกตลอดเวลา
และต้องจับตามองการลงทุนตลอดจนข้อตกลงร่วมกัน
เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่อาทิเช่นรถหุ้มเกราะให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย
ปืนใหญ่แรงถอยต่ำรุ่น
L7A3 ขนาด 105 มม.เป็นการลงทุนส่วนตัวครั้งแรกของอาร์โอ
พัฒนาขึ้นมาเพื่อติดตั้งบนรถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์ซึ่งเป็นการลงทุนโดยบริษัทคาดิแลคเกจ
เทกซ์ทรอน เมื่อได้รับคำสั่งซื้อในปี 2530 และต้องปิดโครงการภายในปี
2533 บริษัทอาร์โอ นอตติ้งแฮมได้เร่งผลิตปืนแรงถอยต่ำรุ่น L7A3 เพื่อส่งมอบให้ทันเวลา ปืนบางกระบอกถูกส่งมอบเข้าสู่โรงงานเพียง 48
ชั่วโมง ก่อนที่รถถังเบาบริษัทคาดิแลคเกจ
เทกซ์ทรอนจะออกไปทดสอบนอกโรงงาน
เตรียมตัวส่งมอบให้กับกองทัพบกไทยตามระยะเวลาในสัญญา
ส่งผลให้ปืนใหญ่บางกระบอกประสบปัญหาในการใช้งานจริง
คอมมานโดสติงเรย์มีอำนาจการยิงรุนแรงด้วยปืนใหญ่แรงถอยต่ำรุ่น
L7A3 ขนาด 105 มม.ใช้ระบบควบคุมการยิงบริษัทมาโคนี่ขนาดเล็กกะทัดรัดแต่ทันสมัย
ซึ่งพัฒนาต่อจากระบบควบคุมการยิงรถถังชีฟเท่นและชาแลนเจอร์กองทัพบกอังกฤษ
ขั้นตอนการค้นหาเป้าหมายและยิงใช้เวลาค่อนข้างน้อย
นับตั้งแต่ออกคำสั่งยิงจนถึงใช้ระบบเลเซอร์ค้นหาระยะใช้เวลาเพียง 5 วินาที พลยิงสามารถลั่นไกปืนภายในเวลา 7 วินาที
เทียบกับรถถังทุกรุ่นของกองทัพบกไทยถือว่ารวดเร็วมากที่สุด
ภาพรวมรถถังเบาจากสหรัฐอเมริกามีความเหมาะสมมากที่สุด
ทั้งด้านยุทธการและการส่งกำลังบำรุง ด้วยน้ำหนักตัว 21
ตันสามารถใช้งานร่วมกับรถวางสะพานได้
สามารถใช้อะไหล่ร่วมกับปืนใหญ่อัตตาจร M109 ได้
การจัดหาอะไหล่คาดว่าราคาไม่แพงและหาซื้อค่อนข้างง่าย
กองทัพบกจะได้รับคอมมานโดสติงเรย์
5
คันแรกช่วงปลายปี 2532 และทยอยส่งเพิ่มจนครบจำนวนภายใน
30 เดือนตามสัญญา
ก่อนได้รับมอบรถถังกองทัพบกส่งเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง
ไปเข้ารับการฝึกใช้งานและการซ่อมบำรุงที่สหรัฐอเมริกา
ก่อนกลับมาฝึกสอนทหารประจำรถถังในประเทศไทยต่อไป
เพื่อเตรียมพร้อมรับมอบเขี้ยวเล็บใหม่ในการปกป้องประเทศและประชาชน
คุณลักษณะของรถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์
น้ำหนักรวม : 21,364 กิโลกรัม (47,000 ปอนด์)
พลประจำรถถัง
:
4 นาย (ผู้บังคับรถ, พลยิง, พลบรรจุ, พลขับ)
ระบบเครื่องยนต์
:
เครื่องยนต์ดีเซล DDA&V 92 TA ให้แรงขับ 400
กิโลวัตต์ที่ 2,400 รอบ (535 แรงม้า)
หีบเฟืองส่งกำลัง
:
ใช้ร่วมกับ XTG 411
เครื่องเปลี่ยนความเร็ว
:
DDA XTG 411-2 A
เฟืองขับขั้นสุดท้าย
:
ใช้ร่วมกับ XTG 411
สมรรถนะ
ความเร็วบนถนน
: 67
กิโลเมตรต่อชั่วโมง (47 ไมล์ต่อชั่วโมง)
อัตราเร่งจาก
0-32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง : 10 วินาที
ระยะปฏิบัติการเมื่อใช้ความเร็ว
25
ไมล์ต่อชั่วโมง : 483 กิโลเมตร (300 ไมล์)
อาวุธหลัก
:
ปืนใหญ่แรงถอยต่ำรุ่น L7A3 ขนาด 105 มม.
กระสุนพร้อมรบ
:
8 นัด
กระสุนในที่เก็บ
:
24 นัด
อาวุธรอง
:
ปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 มม.รุ่น M240
กระสุนพร้อมรบ
:
500 นัด
กระสุนในที่เก็บ
:
2,000 นัด
อาวุธเพิ่มเติม
:
ปืนกลประจำป้อมของผู้บังคับรถขนาด 7.62 มม.หรือ 12.7 มม.
กระสุนพร้อมรบ
:
200 นัดหรือ 100 นัด
กระสุนในที่เก็บ
:
1,000 นัด
อาวุธป้องกันตัว
:
เครื่องยิงลูกระเบิด 8 ลำกล้องพร้อมลูกระเบิดยิง
16 นัด (บรรจุในลำกล้อง 8 นัด
เก็บไว้ในที่เก็บ 8 นัด)
ระบบควบคุมการยิง
:
M39E1 กลางวัน/กลางคืน พร้อมอุปกรณ์หาระยะด้วยเลเซอร์
กล้องตรวจการณ์ผู้บังคับรถ
:
7 ตัว
ระบบควบคุมการยิงแบบดิจิตอล
:
ระบบของมาโคนี่ (เลือกได้)
ระบบควบคุมบังคับปืนและป้อมปืน
:
ระบบอีเลคโตร-ไฮโดรลิก และระบบหมุนด้วยมือ
มีคันบังคับสำหรับพลยิงและผู้บังคับรถ
ระบบรักษาการทรงตัวของปืน
: แบบทำงานสองแกน (เลือกได้)
เครื่องมือติดต่อสื่อสาร
ชุดวิทยุ
:
AN/VRC-46 (รถถัง)
ชุดวิทยุ
:
AN/VRC-47 (รถบังคับการ)
ระบบติดต่อภายในรถ
:
4 สถานี
ระบบไฟฟ้า
แรงเคลื่อนไฟฟ้าปรกติ
:
24 โวลต์
เครื่องผลิตกระแสไฟ
:
ขนาด 300 แอมแปร์
แบตเตอรี่
:
4 หม้อ (6TN)
ระบบป้องกันเคมีชีวะรังสี
:
หน้ากาก M13A1 และสีแบบป้องกันวัสดุเคมี
(เลือกได้)
อุปกรณ์ตรวจสอบและดับเพลิง
:
หม้อเคมีดับเพลิงด้วยมือ และกลไกแบบทำงานอัตโนมัติ ระบบฮาลอน
(เลือกได้)
ระบบผลิตควันกำลังตน
:
ใช้ท่อไอเสียผลิตควันขาว (เลือกได้)
บทสรุปปิดท้าย
รถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์มีอุปกรณ์ที่เป็นออปชันเสริมหลายอย่างประกอบไปด้วย
ระบบควบคุมการยิงแบบดิจิตอล, ระบบรักษาการทรงตัวของปืน,
ระบบป้องกันเคมีชีวะรังสี รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจสอบและดับเพลิง
ซึ่งในรถถัง M41 GTI รุ่นปรับปรุงใหม่ถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถถัง
พลอยทำให้ราคาปรับปรุงค่อนข้างสูงจนกองทัพบกยกเลิกโครงการ
ผู้เขียนไม่แน่ใจอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับการติดตั้งครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามีก็ดีถ้าไม่มีก็ว่ากันไม่ได้แล้วกันเนอะ
อ้างอิงจาก
นิตยสารสมรภูมิ
ประจำเดือนตุลาคม 2530
https://web.facebook.com/share/p/19bjE8cUe8/
https://thaidefense-news.blogspot.com/2013/11/walk-aroundrta-commando-stingray.html


