โครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงมูลค่า
15,000
ล้านบาท กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือขึ้นมาดำเนินการ
มีการเชิญชวนบริษัทสร้างเรือประเทศต่างๆ ในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาจำนวน 13
ราย รวมถึงบริษัทสร้างเรือจากเยอรมันและเนเธอร์แลนด์ เป็นการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันเพื่อให้กองทัพเรือได้รับประโยชน์สูงสุด
มีบริษัทเสนอแบบเรือเข้าร่วมโครงการจำนวน
5
รายประกอบไปด้วย บริษัทสร้างเรือจากอิตาลี สเปน เกาหลีใต้จำนวน 2
ราย และสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นจึงได้ดำเนินการคัดเลือกแบบเรือตามแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์หลักของกองทัพเรือ
ผลการพิจารณาแบบเรือของบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine
Engineering Co., Ltd. (DSME) ประเทศเกาหลีใต้ ตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือได้ดีที่สุด
และเป็นแบบเรือที่ตรงตามความต้องการของกองทัพเรือมากที่สุด จึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเจรจากับคณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือเป็นรายแรก
เรามาอ่านข่าวการจัดหาเรือในช่วงนั้นกันสักนิด
รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 กรกฎาคม 2555
กระทรวงกลาโหมจะเสนอให้อนุมัติงบประมาณผูกพันจำนวน 5 ปี (2557-2561)
ในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจำนวน 1 ลำวงเงิน 1.46 หมื่นล้านบาท
ที่ต่อเรือจากบริษัทแดวูประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
นายทหารระดับสูงกองทัพเรือ เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่กรมยุทธการทหารเรือ
ได้เข้าพบพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
เพื่อนำข้อมูลในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตมารายงาน เรื่องทั้งหมดได้ถึงมือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว และได้เซ็นเรื่องเพื่อบรรจุวาระเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว
การรายงานโครงการเรือฟริเกตต่อพล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นไปตามขั้นตอนก่อนจะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
พล.อ.ยุทธศักดิ์ได้สอบถามบริษัทที่ต่อเรือฟริเกตเป็นอย่างไรบ้าง
ระบบอาวุธที่มากับเรือฟริเกตมีประสิทธิภาพอย่างไร และมีความทันสมัยหรือไม่ โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง
ส่วนสาเหตุที่ขั้นตอนโครงการล่าช้าเพราะมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณให้สอดคล้อง
โดยใช้งบประมาณการจัดซื้อเรือฟริเกต 1.46 หมื่นล้านบาท รวมการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงานภายในเรือฟริเกต
พร้อมการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกองทัพเรือ บริษัทต่อเรือจะส่งมอบเรือฟริเกตลำใหม่ให้กองทัพเรือภายในต้นปี
2561
ข้อมูลเรือฟริเกตลำใหม่ที่ถูกเผยแพร่ประกอบไปด้วย เรือมีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต
ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล ใช้กำลังพลจำนวน 136
นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology ลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ
รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและอเมริกา
สามารถปฏิบัติการรบได้ครบทั้ง 3 มิติ สามารถป้องกันตัวเองในระยะประชิดได้ด้วย
การสร้างเรือจะดำเนินการที่อู่ต่อเรือของบริษัท DSME ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2556-2561
โดยมีค่าจ้างสร้างเรือรวมทั้งสิ้นประมาณ 14,600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบ
ทดลอง การฝึกอบรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ความเห็นผู้เขียน :
กองทัพเรือส่งหนังสือเชิญชวนบริษัทสร้างเรือประเทศต่างๆ
ในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาจำนวน 13 ราย
มีบริษัทตอบรับจำนวน 5 รายประกอบไปด้วยอิตาลี สเปน เกาหลีใต้จำนวน
2 ราย และสาธารณรัฐประชาชนจีน
มีการกำหนดระบบเรดาร์และระบบอาวุธบนเรืออย่างชัดเจน
โดยจะใช้แบบเดียวกับเรือหลวงนเรศวรและเรือหลวงตากสิน เท่ากับว่าระบบ SAAB มาเต็มลำเรืออย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยเหตุนี้เรือฟริเกต Type 054T
จากประเทศจีนจึงถูกคัดออกรายแรก
รอบชิงชนะเลิศเป็นการปะทะกันระหว่างแบบเรือบริษัท
DSME
ประเทศเกาหลีใต้กับแบบเรือบริษัท Navantia
ประเทศสเปน ผลลัพธ์ก็คือแบบเรือฟริเกต DW3000F บริษัท DSME ได้คะแนนสูงกว่า
เรือฟริเกตสมรรถนะสูงราคา 15,000 ล้านบาทก็เลยถูกสร้างที่ประเทศเกาหลีใต้
คุณลักษณะและขีดความสามารถโดยสังเขปของเรือฟริเกตสมรรถนะสูง
ภารกิจในยามสงคราม
: ภารกิจหลัก
ป้องกันอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย ภารกิจรอง คุ้มกันกระบวนเรือลำเลียง
ภารกิจในยามสงบ : รักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล
พิทักษ์รักษาสิทธิอธิปไตยทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล
ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ
และรักษากฎหมายตามกฎหมายให้อำนาจทหารเรือ
ขีดความสามารถทั่วไป สามารถนำเรือ/เดินเรือแบบรวมการที่ทันสมัย
ระบบขับเคลื่อนที่ควบคุมง่าย รวดเร็ว ทนทาน ง่าย และประหยัด
ความทนทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ ๖ ขึ้นไป โครงสร้างเรือแข็งแรง
มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์/เคมี/ชีวะ
ขีดความสามารถด้านการควบคุมบังคับบัญชาและการตรวจการณ์
ด้วยระบบอำนวยการรบและระบบตรวจการณ์ที่ทันสมัยและขีดความสามารถสูง
รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง
ตลอดจนสามารถตรวจการณ์ครอบคลุมทุกมิติและทั้งกลางวันและกลางคืน
ขีดความสามารถการรบ โดยสามารถปฏิบัติการรบได้ ๓ มิติ
โดยให้ความสำคัญในการการปฏิบัติการสงครามใต้น้ำเป็นลำดับแรก
โดยสามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ
แล้วต่อตีเรือดำน้ำได้ที่ระยะไกลด้วย
Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือตอร์ปิโด
และลำดับที่สอง การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ โดยใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3
มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก
รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ
แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนของเรือ ส่วนการป้องกันทางอากาศระยะไกล
หรือพื้นที่ชั้นนอกของกองเรือ (Battle Group)
จะใช้การปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพอากาศในการค้นหา ตรวจจับและโจมตี
และการปฏิบัติการสงครามผิวน้ำ โดยสามารถโจมตีเป้าหมายได้ที่ระยะไกล
โดยปฏิบัติร่วมกับเรือและอากาศยานในการพิสูจน์ทราบเป้า
ส่งมอบเป้าและให้ใช้อาวุธจากระยะพ้นขอบฟ้า รวมทั้งโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ
ขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ ปืนใหญ่เรือและปืนรองต่อสู้อากาศยาน ระบบอาวุธป้องกันระยะประชิด (CIWS)
ระบบลวงทางอิเล็กทรอนิกส์
ระบบควบคุมความเสียหายแบบรวมการที่สั่งการได้จากศูนย์กลางหรือแยกสั่งการ
มีระบบควบคุมการแพร่สัญญาณออกจากตัวเรือ
ขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารตรวจจับ ดักรับ
วิเคราะห์ และก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของเป้าหมายได้
ขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบร่วม โดยผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี
ให้สามารถปฏิบัติการรบร่วมในลักษณะกองเรือ (Battle
Group) ได้แก่ ร.ล.จักรีนฤเบศร
เรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร
เรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
รวมทั้งการปฏิบัติการรบร่วมกับ บ.กองทัพอากาศ ตามบทบาทหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย
ซึ่งเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จะทำหน้าที่ควบคุมการปราบเรือดำน้ำเป็นหลัก
คุณลักษณะและขีดความสามารถทั่วไป
ระวางขับน้ำสูงสุด : 3,700 ton
มิติ : 123 x 14.4 x 8 (m)
ความคงทนทะเล
: Sea State 8 (Survivability)
ความเร็วสูงสุด
: 30 Knots
ระยะปฏิบัติการ
: 4,000 NM @ 18 Knots
ระบบขับเคลื่อน
: 2 x Diesels + 1 x GE, Controllable
Pitch Propeller
ระบบไฟฟ้า : 4 x Ship Service Power Generation (Each of 830 kW Rated output)
เรือเล็ก : 1 x RHIB
ระบบเรือ
- Stealth Technology
- RCS (Radar Cross Section) Reduction
- IR (Infra
Red Reduction)
- URN (Underwater Radiated Noise) Reduction
- Degaussing
- NBC Protection
System
เฮลิคอปเตอร์ :
1 x 10 Ton Helo (S-70B Sea hawk or MH-60S Knight hawk) with Hangar
กำลังพล : 136
ระบบอำนวยการรบ :
15 x MFC (Multi Function Consoles)
ระบบอาวุธ
8 x SSM
VLS with capabilities of
+ 8 x Canisters (max 32 ESSM)
+ Vertical Launch Anti-submarine
Rocket (VLA)
+ Nulka Active-off board ECM
+ SM2**
1 x 76/62
Stealth Shield, Multi feeding system (max range 40- 45 km with smart ammunition)
2 x 30
mm Guns (200 RPM) x CIWS (4,500 RPM)
2 x .50
inch (Range; 2 km)
2 x Trainable
Triple tube torpedo launchers
ระบบควบคุมการยิง
2 x Radar Fire
Control System
2 x Continuous Wave
Illuminators
1 x Electro Optical
Fire Control
2 x Target
Designation Sight
ระบบตรวจการณ์
1 x 3
D Long Range Radar (> 350 Km)
1 x 3
D Medium Range Radar (> 180 Km)
3 x Navigation
Radar
1 x Surveillance
Camera (TV and thermal imager)
1 x Hull Mounted
Sonar
1 x Towed Array
Sonar
2 x IFF
1 x Automatic
Dependent Surveillance-Broadcast (ADS-B)
ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์
1 x Radar ESM
1 x Communication
ESM
6 x Decoy Launchers
Active-off board ECM
ระบบสื่อสาร
1 x Integrated
Communication System
Link RTN, Link G & Link E
1 x TACAN
1 x SAT
Communication
หมายเหตุ : เรือฟริเกตได้รับการออกแบบตัวเรือและโครงสร้างรองรับการปรับปรุงให้สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ
แบบ SM2 รวมทั้งได้มีแผนเตรียมการรองรับไว้แล้ว
โดยบริษัทผู้ผลิตระบบประกอบที่เกี่ยวข้องได้แก่ แท่นยิงแท่นยิงอาวุธปล่อยฯ แนวตั้ง
ระบบอำนวยการรบ เรดาร์ควบคุมการยิงและ เรดาร์ชี้เป้า (Illuminator) สามารถปรับปรุงรองรับการยิงอาวุธปล่อยฯ ดังกล่าวได้
เมื่อกองทัพเรือต้องการและสถานการณ์ด้านงบประมาณเอื้ออำนวย
สรุป : เรือฟริเกตที่จัดหาในครั้งนี้
เป็นเรือฟริเกตที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในกองทัพเรือ
มีความพร้อมมูลในการปฏิบัติการในทะเลทุกมิติ
โดยมีคุณลักษณะและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ที่ได้รับมอบได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือ และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้
ความเห็นผู้เขียน : ทั้งหมดคือข้อมูลที่ลงในเว็บไซต์กองทัพเรือในช่วงนั้น
พลอยทำให้ทุกคนรวมทั้งผู้เขียนฝันถึงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน SM2 อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้ปราบเรือดำน้ำ VL ASROC รวมทั้งระบบเป้าลวงสมรรถนะสูง
Nulka จากสหรัฐอเมริกาทั้งสามรายการ
บังเอิญโชคร้ายสามทหารเสือลุงแซมไม่สามารถใช้งานร่วมกับเรือฟริเกตไทยได้ อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน
SM2 ต้องใช้เรดาร์ควบคุมการยิงตัวใหญ่กว่านี้
รวมทั้งระบบอำนวยการรบไม่รองรับ อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้ปราบเรือดำน้ำ VL
ASROC ระบบอำนวยการรบไม่รองรับ
ระบบอำนวยการรบสงครามใต้น้ำก็ไม่รองรับ ส่วนระบบเป้าลวงสมรรถนะสูง Nulka ยิงจากแท่นยิงแนวดิ่งถูกยกเลิกโครงการเป็นที่เรียบร้อย
โครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเป็นข่าวโด่งดังมากที่สุด เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการจัดซื้อในอดีต
รวมทั้งเป็นการซื้อเรือฟริเกตใหม่เอี่ยมลำแรกในรอบ 20 ปี การดำเนินงานโครงการนี้เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น
วันที่ 7 สิงหาคม 2556 กองทัพเรือลงนามซื้อเรือฟริเกตจากบริษัท
DSME มีการเผยแพร่ข้อมูลจากสื่อมวลชนเรือลำนี้จะถูกตั้งชื่อว่า “เรือหลวงท่าจีน”
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือระบุว่า
แบบเรือฟริเกตที่ได้รับการคัดเลือกพัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto
Class Destroyer (KDX-I) เรือฟริเกตลำใหม่มีการออกแบบและสร้างเรือ
โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกาและกองทัพเรือเกาหลี รวมทั้งได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ
IACS (International Association of Classifications Society) แต่ถึงกระนั้นแบบเรือยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จ
ระหว่างการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำแรกของราชนาวีไทยที่เกาหลีใต้
มีการแก้ไขสัญญาจากกองทัพเรือไทยไปพร้อมกัน
ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากมีการปรับปรุงแบบเรือให้มีความเหมาะสมมากกว่าเดิม
รายละเอียดการแก้ไขสัญญาประกอบไปด้วย
1.ขยายระยะเวลาส่งมอบงานจาก 1,800 วันเป็น 1,860 วัน (หรือเพิ่มขึ้น 2 เดือน)
2.ปรับปรุงความยาวดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์จาก
21.1 เมตรเป็น 23.6 เมตร
เพื่อรองรับการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ S-70B ได้ดีกว่าเดิม
กองทัพเรือเกาหลีใต้ในยุคนั้นใช้แต่เฮลิคอปเตอร์ Super Lynx บริษัทสร้างเรืออาจไม่ชำนาญการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่กว่าอย่าง
S-70B
3.ขยายความยาวตลอดลำจาก 123 เมตรเป็น 124.1 เมตร
4.ปรับย้ายจุดติดตั้งระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด
Phalanx จากหัวเรือมาอยู่ท้ายเรือ
5.เพิ่มความสูงเสากระโดงรองจาก 10.2
เมตรเป็น 12.8 เมตร
เพื่อให้เรดาร์ควบคุมการยิงและออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงบนเสากระโดงรองสูงกว่า Phalanx ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ท้ายเรือ
6.ย้ายจุดติดตั้งปืนกลอัตโนมัติขนาด 30
มม.จากหลังคาโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มาอยู่ข้างเสากระโดงรอง
7.ย้ายจานรับสัญญาณดาวเทียมทางทหารจากท้ายเรือมาอยู่กลางเรือ
8.ย้ายจุดติดตั้งปืนกลขนาด 12.7
มม.จากท้ายเรือมาอยู่ข้างสะพานเดินเรือ
9.ย้ายจุดติดตั้งแท่นยิงเป้าลวงจากข้างสะพานเดินเรือมาอยู่หน้าสะพานเดินเรือ
10.เพิ่มความสูงของปล่องระบายความร้อนหรือท่อแก๊สเสียให้สูงกว่าเดิม
3.4 เมตร
ผลการปรับปรุงทำให้หน้าสะพานเดินเรือมีพื้นที่ว่างตั้งโต๊ะปิงปองได้
ปล่องระบายความร้อนสูงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เสากระโดงรองสูงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน
หลังคาโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มีอาวุธปืนรวมกันถึง 3 กระบอก รูปทรงเรือเน้นความแบนเรียบให้มากที่สุดเลือนหายไป ผู้เขียนไม่แน่ใจการปรับปรุงช่วยให้เรือทำภารกิจดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่
เพียงแต่แปลกใจเล็กน้อยทำไมไม่จัดการให้แล้วเสร็จก่อนมีการเซ็นสัญญาสร้างเรือ
หนำซ้ำการปรับปรุงเรือก็มีค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะปล่องระบายความร้อนซึ่งไม่ค่อยมีใครอยากแตะต้อง
วันดีคืนดีถูกยกสูงมากกว่าเดิม 3.4 เมตรมันผิดปรกติไปหน่อยไหม
การสร้างเรือฟริเกตที่เกาหลีใต้
กองทัพเรือต้องการเรือฟริเกตรุ่นใหม่จำนวน
2 ลำ เพื่อทดแทนเรือหลวงพุทธยอดฟ้าและเรือหลวงพุทธเลิศหล้า คณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือตัดสินใจเลือกบริษัท
DSME ประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้สร้างเรือให้กองทัพเรือไทยในราคา
1.46 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัท DSME มีขีดความสามารถในการสร้างเรือที่มีประสิทธิผลทางยุทธการในการปราบเรือดำน้ำ
ภายใต้งบประมาณของกองทัพเรือที่มีอยู่กำจัด ตามแผนการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 จะสร้างภายในประเทศไทย โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลีใต้ บริษัทอู่กรุงเทพ
จำกัดจะเป็นผู้ดำเนินการสร้างเรือโดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท DSME และมีการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU)
กับกองทัพเรือในวันที่ 30 กันยายน 2559 ณ ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิมเป็นที่เรียบร้อย
ช่วงนั้นข่าวการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่
2
ในประเทศดังกระหึ่มมาก ทุกคนพูดด้วยความมั่นใจเรือฟริเกต DW3000F งวดนี้มาแน่ มีการทำเอ็มโอยูร่วมกันแล้วจึงไม่น่ามีปัญหา
ให้บังเอิญการสร้างเรือฟริเกตในประเทศจะเกิดขึ้นได้จริง กองทัพเรือต้องเซ็นสัญญาสั่งซื้อเรือฟริเกตลำที่
2 จากบริษัท DSME เสียก่อน บังเอิญโชคร้ายโครงการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในประเทศไม่เกิดขึ้นจริง
กองทัพเรือเปลี่ยนความตั้งใจนำงบประมาณมาจัดหาเรือดำน้ำ S26T จากประเทศจีนจำนวน 3 ลำ
การสร้างเรือที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นไปตามกำหนดการปรับปรุงใหม่
มีการใส่ชื่อเรือเป็นภาษาไทยว่า “เรือหลวงท่าจีน” ตรงตามรายงานจากสื่อมวลชน สิ่งที่มันค่อนข้างแปลกประหลาดอยู่ที่บริเวณบั้นท้ายเรือ
มีการเปิดประตูเปิดปิดช่องปล่อยโซนาร์ลากท้ายเพิ่มเติมเข้ามา
เพื่อปกป้องระบบโซนาร์ทันสมัยจากเยอรมันจากคลื่นลมรวมทั้งน้ำทะเล อาจดูบวมฉึ่งไปสักหน่อยทว่าตอนใช้งานไม่มีปัญหา
ผู้เขียนสงสัยแค่เพียงทำไมหมายเลข 471 ท้ายเรือถึงใหญ่ขนาดนั้น
ต่อมาในวันศุกร์ที่
14 ธันวาคม 2561 พลเรือเอก พูลศักดิ์
อุบลเทพชัย ประธานที่ปรึกษากองทัพเรือ
เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือทำพิธีรับมอบเรือหลวงท่าจีน (ลำที่ 3) ที่เกาหลีใต้ ตามแผนการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจะเดินถึงไทย 6 มกราคม 2562
และเข้าประจำการกองเรือยุทธการ
วันที่ 5 มกราคม 2562 กองทัพเรือไทยจัดกระบวนเรือต้อนรับเรือหลวงท่าจีน
(ลำที่3) ประกอบไปด้วย เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงรัตนโกสินทร์
วันที่ 6 มกราคม 2562 เรือหลวงท่าจีนจอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ดใน
จะมีการจัดพิธีต้อนรับเรือและขึ้นระวางประจำการในวันที่ 7 มกราคม
2562 ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ
ต่อมาในช่วงกลางดึกมีการเปลี่ยนป้ายชื่อเรือจากเรือหลวงท่าจีนเป็นเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช
เนื่องจากเรือได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแทนชื่อเดิม
บทสรุป
:
เรื่องราวของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 1 สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
ปัจจุบันกองทัพเรือมีโครงการจัดหาเรือฟริเกตขนาด 3,000-4,000 ตันจำนวน 4 ลำ
ผู้เขียนขออวยพรให้โครงการประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์แบบ
จำนวนเรือไม่สูญหายกลางทางเนื่องจากเหตุผลมากมายนานัปการ รวมทั้งขอให้อุตสาหกรรมสร้างเรือในประเทศได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด
อ้างอิงจาก
https://www.navy.mi.th/610462fd713919e8c32a11a1f83cf5a8
https://thaidefense-news.blogspot.com/2013/08/blog-post_27.html
https://thaidefense-news.blogspot.com/2018/12/blog-post_18.html



















