วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

DW3000F Frigate

 

โครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงมูลค่า 15,000 ล้านบาท กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือขึ้นมาดำเนินการ มีการเชิญชวนบริษัทสร้างเรือประเทศต่างๆ ในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาจำนวน 13 ราย รวมถึงบริษัทสร้างเรือจากเยอรมันและเนเธอร์แลนด์ เป็นการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันเพื่อให้กองทัพเรือได้รับประโยชน์สูงสุด

มีบริษัทเสนอแบบเรือเข้าร่วมโครงการจำนวน 5 รายประกอบไปด้วย บริษัทสร้างเรือจากอิตาลี สเปน เกาหลีใต้จำนวน 2 ราย และสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นจึงได้ดำเนินการคัดเลือกแบบเรือตามแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์หลักของกองทัพเรือ ผลการพิจารณาแบบเรือของบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering Co., Ltd. (DSME) ประเทศเกาหลีใต้ ตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือได้ดีที่สุด และเป็นแบบเรือที่ตรงตามความต้องการของกองทัพเรือมากที่สุด จึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเจรจากับคณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือเป็นรายแรก


เรามาอ่านข่าวการจัดหาเรือในช่วงนั้นกันสักนิด

รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 กระทรวงกลาโหมจะเสนอให้อนุมัติงบประมาณผูกพันจำนวน 5 ปี (2557-2561) ในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจำนวน 1 ลำวงเงิน 1.46 หมื่นล้านบาท ที่ต่อเรือจากบริษัทแดวูประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายทหารระดับสูงกองทัพเรือ เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่กรมยุทธการทหารเรือ ได้เข้าพบพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อนำข้อมูลในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตมารายงาน เรื่องทั้งหมดได้ถึงมือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว และได้เซ็นเรื่องเพื่อบรรจุวาระเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว

การรายงานโครงการเรือฟริเกตต่อพล.อ.ยุทธศักดิ์ เป็นไปตามขั้นตอนก่อนจะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี พล.อ.ยุทธศักดิ์ได้สอบถามบริษัทที่ต่อเรือฟริเกตเป็นอย่างไรบ้าง ระบบอาวุธที่มากับเรือฟริเกตมีประสิทธิภาพอย่างไร และมีความทันสมัยหรือไม่ โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุที่ขั้นตอนโครงการล่าช้าเพราะมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณให้สอดคล้อง โดยใช้งบประมาณการจัดซื้อเรือฟริเกต 1.46 หมื่นล้านบาท รวมการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงานภายในเรือฟริเกต พร้อมการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกองทัพเรือ บริษัทต่อเรือจะส่งมอบเรือฟริเกตลำใหม่ให้กองทัพเรือภายในต้นปี 2561

ข้อมูลเรือฟริเกตลำใหม่ที่ถูกเผยแพร่ประกอบไปด้วย  เรือมีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล ใช้กำลังพลจำนวน 136 นาย ลักษณะของเรือออกแบบโดยใช้ Stealth Technology ลดการแพร่คลื่นแม่เหล็กตัวเรือ รวมทั้งลดการแพร่เสียงใต้น้ำ ติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธจากยุโรปและอเมริกา สามารถปฏิบัติการรบได้ครบทั้ง 3 มิติ สามารถป้องกันตัวเองในระยะประชิดได้ด้วย

              การสร้างเรือจะดำเนินการที่อู่ต่อเรือของบริษัท DSME ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2556-2561 โดยมีค่าจ้างสร้างเรือรวมทั้งสิ้นประมาณ 14,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบ ทดลอง การฝึกอบรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ความเห็นผู้เขียน : กองทัพเรือส่งหนังสือเชิญชวนบริษัทสร้างเรือประเทศต่างๆ ในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาจำนวน 13 ราย มีบริษัทตอบรับจำนวน 5 รายประกอบไปด้วยอิตาลี สเปน เกาหลีใต้จำนวน 2 ราย และสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการกำหนดระบบเรดาร์และระบบอาวุธบนเรืออย่างชัดเจน โดยจะใช้แบบเดียวกับเรือหลวงนเรศวรและเรือหลวงตากสิน เท่ากับว่าระบบ SAAB มาเต็มลำเรืออย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยเหตุนี้เรือฟริเกต Type 054T จากประเทศจีนจึงถูกคัดออกรายแรก

รอบชิงชนะเลิศเป็นการปะทะกันระหว่างแบบเรือบริษัท DSME ประเทศเกาหลีใต้กับแบบเรือบริษัท Navantia ประเทศสเปน ผลลัพธ์ก็คือแบบเรือฟริเกต DW3000F บริษัท DSME ได้คะแนนสูงกว่า เรือฟริเกตสมรรถนะสูงราคา 15,000 ล้านบาทก็เลยถูกสร้างที่ประเทศเกาหลีใต้

คุณลักษณะและขีดความสามารถโดยสังเขปของเรือฟริเกตสมรรถนะสูง

  ภารกิจในยามสงคราม : ภารกิจหลัก ป้องกันอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย ภารกิจรอง คุ้มกันกระบวนเรือลำเลียง

    ภารกิจในยามสงบ : รักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล พิทักษ์รักษาสิทธิอธิปไตยทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ และรักษากฎหมายตามกฎหมายให้อำนาจทหารเรือ

     ขีดความสามารถทั่วไป  สามารถนำเรือ/เดินเรือแบบรวมการที่ทันสมัย ระบบขับเคลื่อนที่ควบคุมง่าย รวดเร็ว ทนทาน ง่าย และประหยัด ความทนทะเลได้ถึงสภาวะทะเลระดับ ๖ ขึ้นไป โครงสร้างเรือแข็งแรง มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์/เคมี/ชีวะ

     ขีดความสามารถด้านการควบคุมบังคับบัญชาและการตรวจการณ์ ด้วยระบบอำนวยการรบและระบบตรวจการณ์ที่ทันสมัยและขีดความสามารถสูง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง ตลอดจนสามารถตรวจการณ์ครอบคลุมทุกมิติและทั้งกลางวันและกลางคืน

     ขีดความสามารถการรบ โดยสามารถปฏิบัติการรบได้ ๓ มิติ โดยให้ความสำคัญในการการปฏิบัติการสงครามใต้น้ำเป็นลำดับแรก โดยสามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ แล้วต่อตีเรือดำน้ำได้ที่ระยะไกลด้วย Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือตอร์ปิโด และลำดับที่สอง การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ โดยใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฏิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนของเรือ  ส่วนการป้องกันทางอากาศระยะไกล หรือพื้นที่ชั้นนอกของกองเรือ (Battle Group) จะใช้การปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพอากาศในการค้นหา ตรวจจับและโจมตี และการปฏิบัติการสงครามผิวน้ำ โดยสามารถโจมตีเป้าหมายได้ที่ระยะไกล โดยปฏิบัติร่วมกับเรือและอากาศยานในการพิสูจน์ทราบเป้า ส่งมอบเป้าและให้ใช้อาวุธจากระยะพ้นขอบฟ้า รวมทั้งโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ

      ขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ  ปืนใหญ่เรือและปืนรองต่อสู้อากาศยาน  ระบบอาวุธป้องกันระยะประชิด (CIWS)  ระบบลวงทางอิเล็กทรอนิกส์  ระบบควบคุมความเสียหายแบบรวมการที่สั่งการได้จากศูนย์กลางหรือแยกสั่งการ มีระบบควบคุมการแพร่สัญญาณออกจากตัวเรือ

     ขีดความสามารถในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารตรวจจับ ดักรับ วิเคราะห์ และก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของเป้าหมายได้    

      ขีดความสามารถในการปฏิบัติการรบร่วม โดยผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ให้สามารถปฏิบัติการรบร่วมในลักษณะกองเรือ (Battle Group) ได้แก่ ร.ล.จักรีนฤเบศร  เรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร  เรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งการปฏิบัติการรบร่วมกับ บ.กองทัพอากาศ ตามบทบาทหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย ซึ่งเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จะทำหน้าที่ควบคุมการปราบเรือดำน้ำเป็นหลัก

คุณลักษณะและขีดความสามารถทั่วไป

ระวางขับน้ำสูงสุด : 3,700 ton

มิติ : 123 x 14.4 x 8 (m) 

ความคงทนทะเล : Sea State 8 (Survivability)

ความเร็วสูงสุด : 30 Knots

ระยะปฏิบัติการ : 4,000 NM @ 18 Knots

ระบบขับเคลื่อน : 2 x Diesels + 1 x GE, Controllable Pitch Propeller

ระบบไฟฟ้า : 4 x Ship Service Power Generation (Each of 830 kW Rated output)

เรือเล็ก : 1 x RHIB

ระบบเรือ

- Stealth Technology  

- RCS (Radar Cross Section) Reduction

- IR (Infra Red Reduction)                                                 

- URN (Underwater Radiated Noise) Reduction

- Degaussing

- NBC Protection System

เฮลิคอปเตอร์ : 1 x 10 Ton Helo (S-70B Sea hawk or MH-60S Knight hawk)   with Hangar  

กำลังพล : 136

ระบบอำนวยการรบ : 15 x MFC (Multi Function Consoles)

ระบบอาวุธ

8 x SSM

VLS with capabilities of

     + 8 x Canisters (max 32 ESSM)

     + Vertical Launch Anti-submarine Rocket (VLA)

     + Nulka Active-off board ECM

     + SM2**

1 x 76/62 Stealth Shield, Multi feeding system (max range 40- 45 km with smart ammunition)

2 x 30 mm Guns (200 RPM) x CIWS (4,500 RPM)

2 x .50 inch (Range; 2 km)

2 x Trainable Triple tube torpedo launchers

ระบบควบคุมการยิง

2 x Radar Fire Control System

2 x Continuous Wave Illuminators

1 x Electro Optical Fire Control

2 x Target Designation Sight

ระบบตรวจการณ์

1 x 3 D Long Range Radar (> 350 Km)

1 x 3 D Medium Range Radar (> 180 Km)

3 x Navigation Radar

1 x Surveillance Camera (TV and thermal imager)

1 x Hull Mounted Sonar

1 x Towed Array Sonar

2 x IFF

1 x Automatic Dependent Surveillance-Broadcast (ADS-B)

ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์

1 x Radar ESM

1 x Communication ESM

6 x Decoy Launchers

Active-off board ECM

ระบบสื่อสาร

1 x Integrated Communication System

      Link RTN, Link G & Link E

1 x TACAN

1 x SAT Communication

 

หมายเหตุ : เรือฟริเกตได้รับการออกแบบตัวเรือและโครงสร้างรองรับการปรับปรุงให้สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ แบบ SM2 รวมทั้งได้มีแผนเตรียมการรองรับไว้แล้ว โดยบริษัทผู้ผลิตระบบประกอบที่เกี่ยวข้องได้แก่ แท่นยิงแท่นยิงอาวุธปล่อยฯ แนวตั้ง ระบบอำนวยการรบ เรดาร์ควบคุมการยิงและ เรดาร์ชี้เป้า (Illuminator) สามารถปรับปรุงรองรับการยิงอาวุธปล่อยฯ ดังกล่าวได้ เมื่อกองทัพเรือต้องการและสถานการณ์ด้านงบประมาณเอื้ออำนวย

สรุป : เรือฟริเกตที่จัดหาในครั้งนี้ เป็นเรือฟริเกตที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในกองทัพเรือ มีความพร้อมมูลในการปฏิบัติการในทะเลทุกมิติ  โดยมีคุณลักษณะและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ที่ได้รับมอบได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือ และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้

ความเห็นผู้เขียน : ทั้งหมดคือข้อมูลที่ลงในเว็บไซต์กองทัพเรือในช่วงนั้น พลอยทำให้ทุกคนรวมทั้งผู้เขียนฝันถึงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน SM2 อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้ปราบเรือดำน้ำ VL ASROC รวมทั้งระบบเป้าลวงสมรรถนะสูง Nulka จากสหรัฐอเมริกาทั้งสามรายการ บังเอิญโชคร้ายสามทหารเสือลุงแซมไม่สามารถใช้งานร่วมกับเรือฟริเกตไทยได้ อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน SM2 ต้องใช้เรดาร์ควบคุมการยิงตัวใหญ่กว่านี้ รวมทั้งระบบอำนวยการรบไม่รองรับ อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้ปราบเรือดำน้ำ VL ASROC ระบบอำนวยการรบไม่รองรับ ระบบอำนวยการรบสงครามใต้น้ำก็ไม่รองรับ ส่วนระบบเป้าลวงสมรรถนะสูง Nulka ยิงจากแท่นยิงแนวดิ่งถูกยกเลิกโครงการเป็นที่เรียบร้อย

         โครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเป็นข่าวโด่งดังมากที่สุด เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการจัดซื้อในอดีต รวมทั้งเป็นการซื้อเรือฟริเกตใหม่เอี่ยมลำแรกในรอบ 20 ปี การดำเนินงานโครงการนี้เป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น วันที่ 7 สิงหาคม 2556 กองทัพเรือลงนามซื้อเรือฟริเกตจากบริษัท DSME มีการเผยแพร่ข้อมูลจากสื่อมวลชนเรือลำนี้จะถูกตั้งชื่อว่า เรือหลวงท่าจีน

สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือระบุว่า แบบเรือฟริเกตที่ได้รับการคัดเลือกพัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) เรือฟริเกตลำใหม่มีการออกแบบและสร้างเรือ โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐอเมริกาและกองทัพเรือเกาหลี รวมทั้งได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือซึ่งเป็นสมาชิกของ IACS (International Association of Classifications Society) แต่ถึงกระนั้นแบบเรือยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จ

         ระหว่างการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำแรกของราชนาวีไทยที่เกาหลีใต้ มีการแก้ไขสัญญาจากกองทัพเรือไทยไปพร้อมกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากมีการปรับปรุงแบบเรือให้มีความเหมาะสมมากกว่าเดิม รายละเอียดการแก้ไขสัญญาประกอบไปด้วย

1.ขยายระยะเวลาส่งมอบงานจาก 1,800 วันเป็น 1,860 วัน (หรือเพิ่มขึ้น 2 เดือน)

2.ปรับปรุงความยาวดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์จาก 21.1 เมตรเป็น 23.6 เมตร เพื่อรองรับการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ S-70B ได้ดีกว่าเดิม กองทัพเรือเกาหลีใต้ในยุคนั้นใช้แต่เฮลิคอปเตอร์ Super Lynx บริษัทสร้างเรืออาจไม่ชำนาญการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่กว่าอย่าง S-70B

3.ขยายความยาวตลอดลำจาก 123 เมตรเป็น 124.1 เมตร

4.ปรับย้ายจุดติดตั้งระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด Phalanx จากหัวเรือมาอยู่ท้ายเรือ

5.เพิ่มความสูงเสากระโดงรองจาก 10.2 เมตรเป็น 12.8 เมตร เพื่อให้เรดาร์ควบคุมการยิงและออปโทรนิกส์ควบคุมการยิงบนเสากระโดงรองสูงกว่า Phalanx ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ท้ายเรือ

6.ย้ายจุดติดตั้งปืนกลอัตโนมัติขนาด 30 มม.จากหลังคาโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มาอยู่ข้างเสากระโดงรอง

7.ย้ายจานรับสัญญาณดาวเทียมทางทหารจากท้ายเรือมาอยู่กลางเรือ

8.ย้ายจุดติดตั้งปืนกลขนาด 12.7 มม.จากท้ายเรือมาอยู่ข้างสะพานเดินเรือ

9.ย้ายจุดติดตั้งแท่นยิงเป้าลวงจากข้างสะพานเดินเรือมาอยู่หน้าสะพานเดินเรือ

10.เพิ่มความสูงของปล่องระบายความร้อนหรือท่อแก๊สเสียให้สูงกว่าเดิม 3.4 เมตร


ผลการปรับปรุงทำให้หน้าสะพานเดินเรือมีพื้นที่ว่างตั้งโต๊ะปิงปองได้ ปล่องระบายความร้อนสูงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เสากระโดงรองสูงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน หลังคาโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์มีอาวุธปืนรวมกันถึง 3 กระบอก รูปทรงเรือเน้นความแบนเรียบให้มากที่สุดเลือนหายไป ผู้เขียนไม่แน่ใจการปรับปรุงช่วยให้เรือทำภารกิจดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เพียงแต่แปลกใจเล็กน้อยทำไมไม่จัดการให้แล้วเสร็จก่อนมีการเซ็นสัญญาสร้างเรือ หนำซ้ำการปรับปรุงเรือก็มีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะปล่องระบายความร้อนซึ่งไม่ค่อยมีใครอยากแตะต้อง วันดีคืนดีถูกยกสูงมากกว่าเดิม 3.4 เมตรมันผิดปรกติไปหน่อยไหม

การสร้างเรือฟริเกตที่เกาหลีใต้

กองทัพเรือต้องการเรือฟริเกตรุ่นใหม่จำนวน 2 ลำ เพื่อทดแทนเรือหลวงพุทธยอดฟ้าและเรือหลวงพุทธเลิศหล้า คณะกรรมการคัดเลือกแบบเรือตัดสินใจเลือกบริษัท DSME ประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้สร้างเรือให้กองทัพเรือไทยในราคา 1.46 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัท DSME มีขีดความสามารถในการสร้างเรือที่มีประสิทธิผลทางยุทธการในการปราบเรือดำน้ำ ภายใต้งบประมาณของกองทัพเรือที่มีอยู่กำจัด ตามแผนการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 จะสร้างภายในประเทศไทย โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลีใต้ บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัดจะเป็นผู้ดำเนินการสร้างเรือโดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท DSME และมีการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกองทัพเรือในวันที่ 30 กันยายน 2559 ณ ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิมเป็นที่เรียบร้อย

ช่วงนั้นข่าวการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 ในประเทศดังกระหึ่มมาก ทุกคนพูดด้วยความมั่นใจเรือฟริเกต DW3000F งวดนี้มาแน่ มีการทำเอ็มโอยูร่วมกันแล้วจึงไม่น่ามีปัญหา ให้บังเอิญการสร้างเรือฟริเกตในประเทศจะเกิดขึ้นได้จริง กองทัพเรือต้องเซ็นสัญญาสั่งซื้อเรือฟริเกตลำที่ 2 จากบริษัท DSME เสียก่อน บังเอิญโชคร้ายโครงการสร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในประเทศไม่เกิดขึ้นจริง กองทัพเรือเปลี่ยนความตั้งใจนำงบประมาณมาจัดหาเรือดำน้ำ S26T จากประเทศจีนจำนวน 3 ลำ



การสร้างเรือที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นไปตามกำหนดการปรับปรุงใหม่ มีการใส่ชื่อเรือเป็นภาษาไทยว่า เรือหลวงท่าจีน ตรงตามรายงานจากสื่อมวลชน สิ่งที่มันค่อนข้างแปลกประหลาดอยู่ที่บริเวณบั้นท้ายเรือ มีการเปิดประตูเปิดปิดช่องปล่อยโซนาร์ลากท้ายเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อปกป้องระบบโซนาร์ทันสมัยจากเยอรมันจากคลื่นลมรวมทั้งน้ำทะเล อาจดูบวมฉึ่งไปสักหน่อยทว่าตอนใช้งานไม่มีปัญหา ผู้เขียนสงสัยแค่เพียงทำไมหมายเลข 471 ท้ายเรือถึงใหญ่ขนาดนั้น


ต่อมาในวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561 พลเรือเอก พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย ประธานที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือทำพิธีรับมอบเรือหลวงท่าจีน (ลำที่ 3) ที่เกาหลีใต้ ตามแผนการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจะเดินถึงไทย 6 มกราคม 2562  และเข้าประจำการกองเรือยุทธการ

วันที่ 5 มกราคม 2562 กองทัพเรือไทยจัดกระบวนเรือต้อนรับเรือหลวงท่าจีน (ลำที่3) ประกอบไปด้วย เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน และเรือหลวงรัตนโกสินทร์

วันที่ 6 มกราคม 2562 เรือหลวงท่าจีนจอดเทียบท่าเรือจุกเสม็ดใน จะมีการจัดพิธีต้อนรับเรือและขึ้นระวางประจำการในวันที่ 7 มกราคม 2562 ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ ต่อมาในช่วงกลางดึกมีการเปลี่ยนป้ายชื่อเรือจากเรือหลวงท่าจีนเป็นเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากเรือได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแทนชื่อเดิม

บทสรุป : เรื่องราวของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 1 สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ปัจจุบันกองทัพเรือมีโครงการจัดหาเรือฟริเกตขนาด 3,000-4,000 ตันจำนวน 4 ลำ ผู้เขียนขออวยพรให้โครงการประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์แบบ จำนวนเรือไม่สูญหายกลางทางเนื่องจากเหตุผลมากมายนานัปการ รวมทั้งขอให้อุตสาหกรรมสร้างเรือในประเทศได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด

 

อ้างอิงจาก

https://www.navy.mi.th/610462fd713919e8c32a11a1f83cf5a8

https://thaidefense-news.blogspot.com/2013/08/blog-post_27.html

https://thaidefense-news.blogspot.com/2018/12/blog-post_18.html