วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Operation Suriyapong 4

     

         ยุทธการสุริยพงษ์ 4 คือเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2526 เป็นภารกิจปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภาคเหนือจังหวัดน่าน ภาพและเหตุการณ์ต่างๆ มาจากสมรภูมิจริงทั้งหมด ผู้เขียนตั้งใจเผยแพร่ข้อมูลให้เพื่อนๆ สมาชิกและคนรุ่นใหม่ได้รับรู้เรื่องราว ความสำเร็จของแผนยุทธการสุริยพงษ์ 4 อันนำมาสู่ความสงบเป็นปึกแผ่นในปัจจุบัน

ความเป็นมา

เขตงาน 4 ภูยักษ์ (ภูผายักษ์หรือภูพยัคฆ์ในปัจจุบัน) หรือขุนน้ำช้าง ถือเป็นเขตงานใหญ่ที่สุดของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภาคเหนือ (ค่าย 708) ที่ยังหลงเหลือไม่ถูกปราบปรามเหมือนเขตงานอื่น เขตงาน 4 ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยภูยักษ์ ลุ่มน้ำฮี ลุ่มน้ำช้าง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดน่าน มีพื้นที่ประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่บ้านน้ำรี ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

พื้นที่ดังกล่าวตกอยู่ในอิทธิพลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหรือ พคท.” ยาวนานมากกว่า 10 ปี อำนาจการปกครองของรัฐบาลไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะภูมิประเทศค่อนข้างทุรกันดาร เต็มไปด้วยป่าเขาสลับซับซ้อนยากแก่การเดินทาง รวมทั้งมีพื้นที่บางส่วนยื่นยาวเข้าสู่ประเทศลาว พคท.ได้อาศัยภูมิประเทศซึ่งยากที่คนทั่วไปจะเข้าถึง ซ่องสุมกำลังโดยอาศัยมวลชนเผ่าลัวะเป็นกำลังพล มีการเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ภาคเหนือตลอดเวลา

กองทัพบกได้ออกนโยบายให้ทุกกองทัพภาค เร่งทำลายกองกำลังและฐานที่มั่นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือ ผกค.”ให้หมดสิ้นโดยเร็วที่สุด พลโทพร้อม ผิวนวล แม่ทัพภาคที่ 3 จึงได้สั่งการให้กรมทหารพรานที่ 32 หรือ พตท.32” เร่งดำเนินการทางยุทธการต่อเขตงาน 4 ภูยักษ์ เพื่อกวาดล้างทำลายฐานที่มั่นผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เขตน่านเหนือ ให้หมดสิ้นภายใน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2526

แนวคิดในการเปิดยุทธการ

ในปีงบประมาณ 2525 ห้วงระยะเวลาเดือนกุมภาพันธ์ 2525 พตท.32 ได้เปิดยุทธการ สิงหชัย ซึ่งเป็นยุทธการย่อย มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลโดยใช้วิธีเดินเท้าเข้าหาฝ่ายตรงข้าม เหตุผลก็คือต้องการตรวจสอบขุมกำลังฝ่ายตรงข้ามเป็นการหยั่งเชิง ปรากฏว่าฝ่ายเราได้รับการต่อต้านอย่างหนักจาก ผกค.ทั้งจากเขตงาน 1 บ้านผาแดง และเขตงาน 4 ภูยักษ์หรือขุนน้ำช้าง ซึ่งสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันการรุกรานจากทหารพรานไทยในยุทธการย่อย

แนวความคิดหลักในการทำลาย พคท.ในเขตงาน 4 จึงสรุปได้ว่า ต้องทำลายเขตงาน 1 กับเขตงาน 2 ในเขตน่านเหนือให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพื่อโดดเดี่ยวเขตงาน 4 ไม่ให้ได้รับการสนับสนุน จากแนวคิดดังกล่าว พตท.32 จึงเปิด ยุทธการสุริยพงษ์ 2” เป้าหมายคือเขตงาน 1 บ้านผาแดง กับ ยุทธการสุริยพงษ์ 3” เป้าหมายคือเขตงาน 2 ขุนน้ำบัว เมื่อวันที่ 6 ถึง 14 มกราคม 2526 ผลการปฏิบัติการของทั้งสองยุทธการ ฝ่ายเราสามารถสลายเขตงาน 1 กับเขตงาน 2 ได้โดยสิ้นเชิง ทำให้เขตงาน 4 ต้องโดดเดี่ยวไม่อาจรับการสนับสนุนจากเขตงานใกล้เคียงได้อีกต่อไป

การเตรียมการด้านการข่าว

ทางการไทยได้ดำเนินการด้านการข่าวลับและข่าวเปิดจากแหล่งข่าวมาโดยตลอด ข่าวสารที่นับว่าเป็นคุณค่ากับฝ่ายเรามากที่สุดก็คือ ข่าวสารจากผู้กลับใจเข้ามอบตัวกับและให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทำให้เราทราบถึงแหล่งที่ตั้งกองกำลังติดอาวุธ ทั้งทหารหลัก ทหารบ้าน ตลอดจนแหล่งสะสมเสบียงอาหาร อาวุธ ยาและเวชภัณฑ์ของฝ่ายตรงข้าม

จากข่าวสารขั้นต้นที่ได้รับ พตท.32 ได้ดำเนินกรรมวิธีเพื่อให้เป็นข่าวกรองทางการรบ โดยการส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเล็ดลอดเข้าไปพิสูจน์ทราบเป้าหมาย การลาดตระเวนทางอากาศ การขอความร่วมมือจากการถ่ายภาพทางอากาศของกองทัพอากาศ ด้วยกรรมวิธีดังกล่าว พตท.32 ได้รับทราบข่าวกรองเกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามประกอบไปด้วย

สำนัก 638 : ตั้งอยู่ริมน้ำช้าง เป็นสำนักควบคุมการก่อการร้ายในเขตน่านเหนือทั้งหมด มีฝ่ายชี้นำจำนวน 5 คน ประกอบไปด้วยสหายทัด สหายเป้าน้ำ สหายป้าผึ้ง สหายเล่าอู และสหายแสน มีผู้ปฏิบัติงานและทหารประจำสำนักรวมทั้งสิ้น 50 คน

กองร้อยทหารหลัก 304 : เป็นกองทหารประจำเขตงานที่ 4 ตั้งอยู่ที่ห้วยลอย เชิงภูยักษ์ มีสหายสมศรีเป็นหัวหน้า มีกำลังพลจำนวน 80 คนส่วนใหญ่เป็นชาวลัวะ

กองทหารท้องถิ่น : เป็นกำลังผลิตและกองหนุนประจำเขตงานที่ 4 ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำฮี มีสหายพันเป็นหัวหน้า มีกำลังพลจำนวน 30 คน

หน่วยอำนาจรัฐ : มีหน้าที่ปกครองประชาชนเขต 4 ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำฮี มีสหายจงเป็นหัวหน้า มีกำลังพลจำนวน 14 คน

โรงพยาบาลธงแดง : เป็นโรงพยาบาลประจำเขต 4 มีสหายหมอจี๊ด (ผู้หญิง) เป็นหัวหน้า มีหมอจำนวน 8 คน มีทหารประจำสำนักจำนวน 7 คน

หน่วยดาวน้อย : เป็นโรงเรียนการเมือง และโรงเรียนเยาวชนประจำเขต 4 ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำฮี มีสหายเทอดเป็นหัวหน้า กับผู้ปฏิบัติการจำนวน 4 คน

มวลชน : เขตงานที่ 4 มวลชนเป็นชาวลัวะทั้งหมด จำนวน 11 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย หมู่บ้านสู้รบ หมู่บ้านสว่าง หมู่บ้านยืนหยัด หมู่บ้านรักชาติ หมู่บ้านชนะ หมู่บ้านกู้ชาติ หมู่บ้านเอกราช หมู่บ้านนำชัย หมู่บ้านปลดแอกหมู่บ้านสามัคคี หมู่บ้านปลดแอก มีมวลชนประมาณ 1,500 คน

สรุปยอดกำลังพล ผกค.

ในเขตงานที่ 4 มีกำลังพลติดอาวุธของ ผกค.ทั้งทหารหลัก ทหารบ้าน และมวลชนติดอาวุธรวมกันประมาณ 390 คน อาวุธที่ใช้มีปืนเล็กยาวเอเค.47 เซกาเซ ปืนกลจาน ปืนครกขนาด 60 มม.ปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 57 มม.เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ไม่ขาดแคลนอาวุธกับกระสุน แต่ขาดแคลนเครื่องอุปโภค เนื่องจากไม่สามารถพึ่งพาลาวได้เหมือนดังแต่ก่อน

การเตรียมการด้านยุทธการ

เพื่อให้ยุทธการสุริยพงษ์ 4 เป็นการจู่โจมสูงสุดต่อที่หมาย ถนอมกำลังพลฝ่ายเราไม่ให้เหน็ดเหนื่อยเกินไป และเสี่ยงต่ออันตรายต่อทุ่นระเบิดในการเดินทางเข้าสู่ที่หมาย พตท.32 จึงตกลงใจใช้การเคลื่อนพลทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงกำลังพลทั้งหมดมาลงที่จุดส่งลง ซึ่งฝ่ายเราได้ลาดตระเวนทางอากาศเพื่อคัดเลือกเป็นการล่วงหน้า

กำลังพลที่ใช้ในยุทธการประกอบไปด้วย

-16 กองร้อยจาก พตท.32 ประกอบไปด้วยกองร้อยทหารม้าและกองร้อยทหารพราน

-6 กองร้อยทหารพรานจู่โจมจากปักธงชัย

-1 กองร้อยทหารพรานจาก พตท.31

-1 กองร้อยทหารพรานจาก พตท.33

-สนับสนุนด้วย ปืนใหญ่ หน่วยบินทหารบก หน่วยบินทิ้งระเบิดกองทัพอากาศ

-กำลังพลทั้งส่วนปฏิบัติการและสนับสนุนประมาณ 1,400 นาย

การปฏิบัติการ

วันที่ 2 มีนาคม 2526 ก่อนเริ่มปฏิบัติการลำเลียงพลทางอากาศ มีการใช้ปืนใหญ่ขนาด 155 มม.จากฐานยิงบ้านห้วยโก๋นยิงเตรียมเป็นเวลา 40 นาที จากนั้นเวลาประมาณ 10.00.เฮลิคอปเตอร์เที่ยวแรกนำกำลังพลจากฐานทุ่งช้างมาลงที่จุดรับส่งจุดแรก ปรากฏว่าได้รับการยิงต่อต้านจาก ผกค.อย่างหนัก แต่ด้วยความสามารถของนักบินสามารถนำกำลังพลลงส่งอย่างปลอดภัย เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงจำนวนหลายลำ นักบินบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 นาย กำลังพลฝ่ายเราทยอยเดินทางจากบ้านห้วยโก๋นมาสมทบเพิ่มเติม เพื่อเสริมความมั่นคงและเริ่มเข้าตีเป้าหมายต่างๆ จนมีผลงานดังนี้

-ยึดสำนัก 638 ได้ในวันที่ 4 มีนาคม 2526

-ยึดโรงพยาบาลธงแดง หน่วยอำนาจรัฐ และหน่วยดาวน้อยได้ในวันที่ 5 มีนาคม 2526

-ยึดกองร้อยทหารหลักได้ในวันที่ 5 มีนาคม 2526

-ยึดหน่วย นปถ. หรือกองทหารท้องถิ่นได้ในวันที่ 12 มีนาคม 2526

ในวันต่อๆ มามีการขยายผลเข้ายึดบ้านมวลชน ทำลายแหล่งสะสมเสบียง ค้นหาแหล่งซุกซ่อนอาวุธ ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของฝ่ายตรงข้าม

สรุปผลการปฏิบัติการ

วันที่ 31 มีนาคม 2526 ฝ่ายเราสามารถสลายเขตงานที่ 4 ได้โดยสิ้นเชิง สามารถยึดอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้และเสบียงฝ่ายตรงข้ามได้เป็นจำนวนมาก โดยที่บางส่วนสามารถนำกลับมาได้ และบางส่วนหน่วยปฏิบัติการต้องทำลายทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นภาระ

ขณะนี้หน่วยปฏิบัติการได้ถอนตัวกลับมาเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังคงกำลังยึดรักษาพื้นที่ไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรอการพัฒนา ผลจากปฏิบัติการสามารถสรุปผลได้ดังนี้

-มวลชนมอบตัว 1,219 คน

-ทหารหลักมอบตัว 52 คน

-ทหารบ้านมอบตัว 151 คน

ยอดรวมเท่ากับ 1,422 คน

ความสูญเสีย

-ฝ่ายเราบาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

-ฝ่าย ผกค.เสียชีวิตเท่าที่นับได้ 18 ศพ คาดว่าเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

การพัฒนาความมั่นคง

         พตท.32 พิจารณาที่จะนำผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจากเขตงานที่ 4 ทั้งหมดกลับคืนสู่พื้นที่ทำกินเดิม และเตรียมแผนการพัฒนาเข้าสู่พื้นที่ประกอบไปด้วย

1.โครงการพัฒนาเร่งด่วน สร้างเส้นทางสาย บ้านห้วยโก๋น-ลุ่มน้ำช้าง-ลุ่มน้ำฮี-บ้านง่อมเปา-บ้านผาแดงใหม่ ระยะทาง 55 กิโลเมตร งบประมาณ 37,000 ล้านบาท สร้างโดยโครงการน่านที่ 2 กรมทางหลวง ได้รับอนุมัติหลักการให้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนไทย-ลาว ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกา

2.การพัฒนาด้านอื่น ได้รับอนุมัติหลักการให้บรรจุหมู่บ้านจัดตั้งใหม่ เขตงานที่ 4 ไว้ในโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนไทย-ลาว ปี 2527 ซึ่งจะได้เสนอรายละเอียดการดำเนินการตามโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป

3.โครงการสันติสุขเคลื่อนที่พิเศษ เพื่อปรับทัศนคติและฟื้นฟูจิตใจให้กับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจากเขตงานที่ 4 โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กอ.รมน. มาดำเนินการ

ผลการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ระหว่างดำเนินยุทธการสุริยพงษ์ 4 ผกค.ในจังหวัดน่านและบริเวณใกล้เคียงถูกปราบปรามจนหมดสิ้น ที่ยังหลงเหลือก็ออกจากป่ามามอบตัวต่อทางการจำนวนมาก เท่ากับว่ากองทัพภาคที่ 3 นำโดยพลโทพร้อม ผิวนวล ได้บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์แบบ

บัญชีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้จากยุทธการสุริยพงษ์ 4

         1.ปืน ค.60 จำนวน 9 กระบอก

2.ปืนกลจาน จำนวน 2 กระบอก

3.เครื่องยิง เอ็ม.72 จำนวน 4 กระบอก

4.เครื่องยิง เอ็ม.79 จำนวน 1 กระบอก

5.ปืนอาก้า จำนวน 11 กระบอก

6.ปืนเซกาเซ่ จำนวน 171 กระบอก

7.ปลยบ.88 จำนวน 2 กระบอก

8.ปลยบ.87 จำนวน 11 กระบอก

9ปืนเอ็ม.ทรี จำนวน 1 กระบอก

10.ปืนยิงพลุ จำนวน 1 กระบอก

11.ปืนแก๊ป จำนวน 2 กระบอก

12.ลูกปืน ค.60 จำนวน 30 ลูก

13.กระสุนเครื่องยิงอาร์พีจี จำนวน 91 ลูก

14.กระสุน ปรส.57 จำนวน 2 นัด

15.กระสุนปืนอาก้า จำนวน 148,904 นัด

16.ลูกปืน ค.81 จำนวน 1 ลูก

17.กระสุน ปลยบ.88 จำนวน 7,573 นัด

18.กระสุน ปลยบ.87 จำนวน 1,739 นัด

19.กระสุน เอ็ม.60 จำนวน 975 นัด

20.กระสุน เอ็ม.79 จำนวน 42 นัด

21.กระสุนยิงพลุ จำนวน 27 นัด

22.กระสุนปืนอาก้าซ้อมยิง จำนวน 2,000 นัด

23.ดินส่งอาร์พีจี จำนวน 10 แท่ง

24.ดินระเบิด ที.เอ็น.ที จำนวน 676 แท่ง

25.กับระเบิดฝักข้าวโพด จำนวน 60 ลูก

26.ลูกระเบิดแบบ เอ็ม.32-9 จำนวน 159 ลูก

27.ลูกระเบิดแบบ เอ็ม.33-11 จำนวน 57 ลูก

28.ลูกระเบิดแบบ เอ็ม.32-12 จำนวน 5 ลูก

29.ลูกระเบิดด้ามไม้ จำนวน 590 นัด

30.ลูกระเบิดด้ามเขียว จำนวน 81 นัด

หมายเหตุ : มีสิ่งของเครื่องใช้อีก 38 รายการผู้เขียนไม่ได้ลงข้อมูลเพราะยิบย่อยเกินไป

บทสรุป

ยุทธการสุริยพงษ์ 4 ถือเป็นยุทธการช่วงท้ายของความขัดแย้งบริเวณภาคเหนือ จากนั้นไม่นานผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเลือนหายไปจากพื้นที่เหลือเพียงความทรงจำ ให้คนไทยยุคหลังใช้เป็นบทเรียนในการศึกษาความขัดแย้งภายในประเทศจากสมัยอดีตกาล

อ้างอิงจาก

นิตยสารสมรภูมิ ปีที่ 6 เล่มที่ 161 วันที่ 30 พฤษภาคม 2526

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น