ยุทธการมายาเกวซ
วันที่
12
พฤษภาคม 2518 เรือบรรทุกสินค้าอเมริกันชื่อ
เอสเอส มายาเกวซ (SS Mayaguez) ถูกทหารเขมรแดงบุกเข้ายึดกลางทะเล
ขณะลอยลำห่างชายฝั่งกัมพูชาประมาณ 60 ไมล์ ห่างเกาะเปาโลวาย
(Poulo Wai) ประมาณ 8 ไมล์ รวมทั้งห่างจากเกาะตังของกัมพูชาระยะทาง
35 ไมล์
มีความพยายามทางการทูตจากสหรัฐอเมริกา
ให้ทหารเขมรแดงคืนเรือกับลูกเรือมายาเกวซทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
ช่วงเวลาที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันกำลังตึงเครียด นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาจากโอกินาวาจำนวน
1,000
นาย ได้รับคำสั่งให้เดินทางมาที่ฐานทัพอเมริกันในประเทศไทย
เพื่อเตรียมบุกยึดเรือกลับคืนในกรณีการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ
วันที่
13
พฤษภาคม 2518 กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
ส่งเครื่องบินลาดตระเวนมาตรวจสอบเรือมายาเกวซ
นักบินเห็นทหารเขมรแดงกำลังเคลื่อนย้ายตัวประกันไปเกาะตัง เมื่อเครื่องบินเข้าใกล้มากกว่าเดิมกลับถูกฝ่ายตรงข้ามสาดกระสุนใส่
จึงมีคำสั่งยิงทำลายเรือที่ทหารเขมรแดงใช้งานจำนวน 3 ลำ
ถือเป็นการโดดเดี่ยวกำลังพลฝ่ายตรงข้ามบนเกาะตังจากแผ่นดินใหญ่
เมื่อความพยายามทางการทูตประสบความล้มเหลว
ประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ดสั่งให้กองกำลังผสมบุกโจมตีพร้อมกันทั้งทางบก ทางทะเล
และทางอากาศ วันที่ 15 พฤษภาคม 2518 เวลา 06.09 น.เฮลิคอปเตอร์หน่วยบิน
Jolly Green Giant นำนาวิกโยธินจำนวน 112 นายบุกเข้ายึดพื้นที่ 3 แห่งทางทิศเหนือของเกาะตัง
มีการต่อต้านอย่างหนักจากทหารเขมรแดงในบังเกอร์แข็งแรง ต่อมาในช่วงสายนาวิกโยธินจำนวน
127 นายถูกส่งมาเสริมทัพ
ท่ามกลางการคุ้มกันจากเครื่องบินโจมตีประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Coral
Sea กับปืนใหญ่ขนาด 5 นิ้วจากเรือพิฆาตอาวุธนำวิถี
USS Henry B.Wilson
เวลาเดียวกันเรือฟริเกตปราบเรือดำน้ำ
USS
Harold E.Holt ลอยลำเข้าเทียบเรือมายาเกวซ
นาวิกโยธินบนเรือได้รับคำสั่งบุกเข้าเคลียร์สถานที่
เพื่อได้พบว่าบนเรือไม่มีทั้งทหารเขมรแดงและตัวประกัน การยึดครองเรือเรือบรรทุกสินค้าสำเร็จเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้น
กลับมาที่การปะทะเดือดบนเกาะตังอีกครั้ง
เหล่าคอหนังอเมริกันพยายามค้นหาเพื่อนร่วมชาติด้วยความระมัดระวัง เพราะเกรงว่าอาจถูกทหารเขมรแดงซุ่มโจมตี
แผนการค้นหาถูกยกเลิกในเวลาต่อมา หลังรับแจ้งทางวิทยุเรื่องตัวประกันทั้งหมดได้รับการปลดปล่อย
ขณะนี้กำลังเดินทางมาที่เรือพิฆาต USS Henry B.Wilson โดยเรือประมงไทยซึ่งถูกทหารเขมรแดงยึดมาใช้งาน
นาวิกโยธินทุกนายได้รับคำสั่งยุติปฏิบัติการถอนตัวกลับทันที
ให้บังเอิญการเดินทางขากลับถูกขัดขวางโดยทหารเขมรแดงบนเกาะตัง
กว่าจะพาทุกคนออกจากนรกบนดินใช้เวลายาวนานมากถึง 14 ชั่วโมง 8 นาที ปิดฉากยุทธการมายาเกวซซึ่งประสบความล้มเหลวหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
ความสูญเสียที่เกิดขึ้นประกอบไปด้วย
นาวิกโยธินเสียชีวิต 11 นาย ทหารอากาศเสียชีวิต
2 นาย ทหารเรือ (ทหารช่าง) เสียชีวิต 2 นาย มีผู้สูญหายจำนวน 3 นาย มีผู้บาดเจ็บอีก 41
นาย อากาศยานถูกทำลายบวกเสียหายอย่างหนักจำนวนหนึ่ง ประธานาธิบดีเจอรัลด์
ฟอร์ดออกมาแสดงความยกย่องผ่านโทรทัศน์
อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “ความสำเร็จที่มีเกียรติ” ให้บังเอิญทหารทุกนายที่เข้าร่วมการรบกลับมีความเห็นตรงข้าม
นักบินเฮลิคอปเตอร์ได้รับคำสั่งให้บินมารับเพื่อนกลับฐานทัพ
โดยไม่ได้ข้อมูลการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามจนเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก
ช่วงเวลาที่เฮลิคอปเตอร์ CH-53 นำนาวิกโยธินจำนวน 20
นายกับช่างภาพอีก 1 นายจากฐานทัพในประเทศไทยมาเกาะตัง
ทุกคนบนเครื่องรู้แล้วว่าลูกเรือเรือมายาเกวซได้รับอิสรภาพ
ทว่ากลับมีคำสั่งให้พวกเขาเสี่ยงตายช่วยเหลือบางอย่างซึ่งไม่เคยมีตัวตน
ข้อเท็จจริงเรื่องสำคัญลูกเรือเรือมายาเกวซถูกควบคุมตัวในเกาะแห่งหนึ่ง
ห่างจากเกาะตัง 25 ไมล์โดยที่สหรัฐอเมริกาไม่รู้เรื่อง
ส่งผลให้นาวิกโยธินถูกฝ่ายตรงข้ามโอบล้อมเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
ปฏิบัติการเสี่ยงตายของเหล่าคอหนังอเมริกัน คล้ายเอาชีวิตตัวเองมาทดสอบกระสุนฝ่ายตรงข้าม
เหตุปะทะระหว่างเขมรกับลุงแซมสิ้นสุดลงด้วยความน่าอับอาย



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น