วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Porborkhor 105 Attajhon

 

ปบค 105 อัตตาจร ปืนใหญ่อัตตาจรผลิตในประเทศไทย

         ระหว่างปี 2520 กองทัพบกไทยต้องการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 105 มม.และ 155 มม.จากสหรัฐอเมริกา แต่ถูกบอกปัดด้วยเหตุผลความมั่นคงทางการเมือง สหรัฐอเมริกาได้เสนอวิธีแก้ไขปัญหาชั่วคราวโดยใช้การขนส่งทางอากาศ ซึ่งค่อนข้างไม่สะดวกสำหรับประเทศที่มีอากาศยานขนาดใหญ่จำนวนไม่มาก กองทัพบกไทยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันกลับมาพึ่งพาตัวเอง

         ปี 2480 กองทัพบกไทยจัดหาปืนใหญ่ขนาด 105 มม.รุ่น Bofors L/22 Model 1936 จากบริษัท Bofors ประเทศสวีเดนมาใช้งานจำนวนหนึ่ง ปืนมีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน ใช้เวลาเตรียมยิงประมาณ 4 นาที ระยะยิงไกลสุด 11.2 กม. อัตรายิงสูงสุด 6 นัดต่อนาที ต่อมาในปี 2495 มีการจัดหาปืนใหญ่ M101A1 ขนาด 105 มม. รุ่นใหม่ทันสมัยจากสหรัฐอเมริกามาใช้งาน ปืนใหญ่จากสวีเดนจึงถูกลดบทบาทกระทั่งปลดประจำการในเวลาต่อมา

         เมื่อกองทัพบกไทยต้องการสร้างปืนใหญ่อัตตาจรขึ้นมาใช้งาน ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. รุ่น Bofors L/22 จำนวน 20 กระบอกถูกส่งมาที่ศูนย์การทหารราบลพบุรี เพื่อติดตั้งบนรถลำเลียงพลหุ้มเกราะแบบฮาล์ฟแทร็ก M3 จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล Cummins V8504C 8 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 147 แรงม้าแทนที่เครื่องยนต์เดิม โดยมีปืนกลขนาด 12.7 มม.จำนวน 1 กระบอกกับปืนกลขนาด 7.62 มม.อีก 1 กระบอกไว้ป้องกันตัว

อาวุธพัฒนาเองในช่วงสงครามเย็นถูกตั้งชื่อว่า “ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด 105 มิลลิเมตรอัตตาจร” หรือ “ปบค 105 อัตตาจร”

ระหว่างปี 2524 มีการผลิต ปบค 105 อัตตาจร ออกมาทดสอบใช้งานจำนวน 4 คัน และส่งไปฝึกร่วมกับกองพันทหารม้าที่ 4 ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี ผลการทดสอบสามารถใช้งานได้จริงโดยไม่เกิดปัญหาติดขัด จากนั้นจึงมีการผลิตเพิ่มอีก 2 คันส่งไปทดสอบที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 ในเดือนสิงหาคม และเข้าประจำการจริงเพื่อต่อสู้กับกองกำลังคอมมิวนิสต์ในภาคกลาง





ปบค 105 อัตตาจรทั้ง 6 คันประจำการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการผลิตเพิ่มมากน้อยแค่ไหน หลังปี 2526 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอยู่ในช่วงขาลง ทั้งชาวบ้านและนักศึกษาพากันวางอาวุธยอมออกจากป่า บทบาทปืนใหญ่อัตตาจรไทยสร้างเองก็เลยลดน้อยถอยลง ถูกกำหนดให้เป็นปืนใหญ่สำหรับฝึกอยู่หลายปีก่อนปลดประจำการ

หลังออกจากกองทัพ ปบค 105 อัตตาจร จำนวน 4 คันถูกส่งกลับไปจัดแสดงที่ศูนย์ปืนใหญ่ลพบุรี อีก 1 คันถูกส่งมาจัดแสดงที่อุทยานอนุสรณ์สถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี เพื่อนๆ สมาชิกคนไหนอยากเห็นของจริงแวะไปดูเผื่อแอดด้วย

 

อ้างอิงจาก

https://tanks-encyclopedia.com/coldwar/thailand/porborkhor-105-attajhon/

https://forum.warthunder.com/t/porborkhor-105-attajhon-royal-thai-armys-improvised-artillery-truck/100788

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น