วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

A-7T Corsair II for Royal Thai Air Force

           A-7 Corsair II คือเครื่องบินโจมตีประจำเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัทแอลทีวี แอโรสเปซ แอนด์ ดีเฟนซ์ จากเมืองเท็กซัส มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจทางยุทธวิธีอย่างดีเยี่ยม รัฐบาลจึงกำหนดให้ขายเฉพาะประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้เท่านั้น ต่อมาในรัฐบาลประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ บริษัทผู้ผลิตสามารถขายเครื่องบิน A-7 ให้กับชาติพันธมิตรอื่นได้ และหนึ่งในชาติพันธมิตรอันเป็นเป้าหมายสำคัญก็คือประเทศไทย

A-7T Corsair II

         บริษัทแอลทีวี แอโรสเปซ แอนด์ ดีเฟนซ์ นำ A-7B Corsair II มาพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อเสนอขายให้กับกองทัพอากาศไทยโดยเฉพาะในปี 2527 แบ่งเป็นรุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน 12 ลำกับรุ่นสองที่นั่งอีก 4 ลำ ยอดรวมจำนวน 16 ลำวงเงินไม่ถึง 160 ล้านเหรียญหรือ 3,680 ล้านบาท ราคานี้นับรวมอะไหล่ อุปกรณ์สนับสนุนทั้งหมด รวมทั้งการฝึกอบรมให้กับนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน  

         จับมาหารกันแบบง่ายๆ เท่ากับ A-7T Corsair II ราคาลำละ 10 ล้านเหรียญหรือ 230 ล้านบาท เทียบกับการจัดหา F-16A/B จำนวน 12 ลำในวงเงิน 378 ล้านเหรียญหรือ 8,900 ล้านบาทหรือลำละ 741.6 ล้านบาท เท่ากับว่า A-7T ราคาถูกกว่า F-16A/B Bock 15 ลำละ 511.6 ล้านบาทถือว่าเยอะพอสมควร ถ้ากองทัพอากาศไทยในตอนนั้นจัดหามาใช้งานจริง จะถือเป็นชาติที่สามต่อจากกรีซและโปรตุเกสที่เลือก A-7 เข้าประจำการ

         มีข้อมูลในมือมันดีแบบนี้แหละครับ ผู้เขียนสามารถเลือกเขียนบทความได้ตามใจชอบ

         เครื่องบินโจมตี A-7T Corsair II แตกต่างจาก Corsair II ทุกรุ่นของกองทัพเรือและหน่วยยามอากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา บริษัทผู้ผลิตติดตั้งระบบอินฟราเรดแบบมองไปข้างหน้าหรือ FLIR (Forward-Looking Infrared) ช่วยในเรื่องตรวจจับเป้าหมายขณะโจมตีทั้งกลางวันและกลางคืน ติดตั้งระบบสื่อสารรุ่นเดียวกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ล่าสุด และเลือกใช้เครื่องยนต์ TF-30 รุ่นเดียวกับ A-7E ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่สุดทันสมัยมากที่สุด

         เครื่องบินโจมตี A-7 Corsair II เริ่มเข้าประจำการกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2503 ได้เข้าร่วมสงครามเวียดนามสร้างผลงานน่าประทับใจมากมายมหาศาล มีชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำเท่าหัวเข็มหมุดในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม สามารถติดอาวุธได้อย่างหลากหลายทั้งโจมตีภาคพื้นดินหรือป้องกันตัวเอง มีความสามารถยอดเยี่ยมในการบินผ่านแนวปะทะ รวมทั้งสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ ผมงานล่าสุดในเกรนาดาและเลบานอนรับประกันคุณภาพได้เป็นอย่างดี

         บริษัทแอลทีวี แอโรสเปซ แอนด์ ดีเฟนซ์สร้างเครื่องบินตระกูล A-7 มาแล้วมากกว่า 1,500 ลำ ปัจจุบันกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาประจำการรุ่น A-7E ส่วนหน่วยยามอากาศแห่งชาติประจำการรุ่น A-7E กับ A-7K สองที่นั่ง ทำหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศตามยุทธวิธีใช้การรบแบบเบ็ดเสร็จหรือ Total Force Deployment มีจุดเด่นเรื่องสมรรถนะเครื่องบินในการโจมตีภาคพื้นดิน ออกแบบมาเพื่อจัดการกองทัพรถถังของสหภาพโซเวียตและกลุ่มวอร์ซอ สามารถติดตั้งอาวุธทันสมัยชนิดต่างๆ ได้มากถึง 12,000 ปอนด์ ไม่มีเครื่องบินโจมตีค่ายนาโต้ลำไหนเจ๋งเป้งและเด็ดดวงมากกว่าลำนี้

         เนื่องจากไม่มีการผลิต A-7T Corsair II ออกมาใช้งานจริง จึงไม่มีภาพถ่ายเครื่องบินลำจริงสำหรับกองทัพอากาศไทยแม้แต่ภาพเดียว หากต้องการเปรียบเทียบให้นำภาพถ่ายและข้อมูล ให้นำ A-7P Corsair II กองทัพอากาศโปรตุเกสมาใช้จะมีความเหมาะสมมากที่สุด

คุณสมบัติ A-7T Corsair II

         ในการเสนอขายเครื่องบินโจมตี A-7T Corsair II ให้กับประเทศไทย มีการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยการติดตั้งระบบเอวิโอนิกส์รุ่นใหม่ ระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ ระบบการบินแบบแก้ไขปัญหาต่อเนื่องได้ ระบบยิงและใช้อาวุธรุ่นใหม่ (หรือระบบควบคุมการยิง) จอแสดงผลแบบ Head-up Display หรือ HUD ระบบเรดาร์แบบดอพเพอร์ เครื่องวัดความเฉื่อยหรือ Inertial จอภาพแสดงแผนที่การบิน ระบบคอมพิวเตอร์ในการเลือกประเภทอาวุธ และระบบตรวจข้อมูลอากาศโดยคอมพิวเตอร์

ข้อมูลทั้งหมดบริษัทแอลทีวี แอโรสเปซ แอนด์ ดีเฟนซ์ส่งให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ต่อ เป็นข้อมูลที่ผู้อ่านไม่มีวันได้เห็นจากบทความในปัจจุบัน โดยเฉพาะบทความที่ใช้เอไอช่วยผลิตแบบลวกๆ

ระบบการบินรุ่นใหม่สามารถเก็บจุดหมายปลายทางหรือจุดหมายอื่นได้ถึง 9 ตำแหน่ง มีความถูกต้องแม่นยำในระยะ1.6 ไมล์ต่อ 1 ชั่วโมง (ปัจจุบันน่าจะเรียกว่าความคลาดเคลื่อน) บริษัทยังให้การรับรองเรื่องการปรับปรุงเครื่องบินให้ทันสมัย และเนื่องมาจากถังเชื้อเพลิง A-7T Corsair II จุได้ถึง 1,476 แกลลอน เครื่องบินสามารถบรรทุกอาวุธหนักบินวนเวียนรอบเป้าหมายได้อย่างยาวนาน ก่อนโจมตีจากระยะไกลด้วยอาวุธทันสมัยไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้เสี่ยงกับอันตราย

ในการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนภาคพื้นดินรัศมี 300 ไมล์ทะเล A-7T Corsair II สามารถบรรทุกระเบิดขนาด 500 ปอนด์จำนวน 12 นัด สามารถบินที่ระดับความสูง 5,000 ฟุตได้นานถึง 60 นาที ในการภารกิจโจมตีรัศมี 550 ไมล์ทะเล เครื่องบินสามารถบินต่ำระยะทาง 50 ไมล์ทะเลเพื่อโจมตีเป้าหมายด้วยระเบิดหนัก 4,000 ปอนด์ A-7T Corsair II ยังมีประสิทธิภาพในการโจมตีกองเรือฝ่ายตรงข้าม ถือเป็นจุดเด่นสำคัญเหนือเครื่องบินโจมตีมากมายหลายรุ่น สามารถทำภารกิจลาดตระเวนทางทะเลได้นานถึง 120 นาทีพร้อมระเบิดขนาด 500 ปอนด์จำนวน 6 นัด

ข้อดีของ A-7T Corsair II สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ดังนี้

1.เครื่องบินสามารถประจำการอย่างน้อยที่สุด 20 ปี โครงสร้างเครื่องบินมีอายุมากถึง 50 ปี เท่ากับว่ากองทัพอากาศสามารถปรับปรุงยืดอายุการใช้งานได้

2.เครื่องบินถูกออกแบบให้ใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน โครงสร้างและอุปกรณ์ต่างๆ จึงมีความแข็งแรงทนทานกว่าเครื่องบินใช้งานบนบกเท่านั้น

3.เครื่องบินทำภารกิจโจมตีทางลึกได้เป็นอย่างดี เพราะถูกออกแบบให้สามารถปฏิบัติการระยะไกล สามารถบรรทุกอาวุธไปกับเครื่องได้เป็นจำนวนมาก

4.แม้การปรับปรุงจะใช้หลักการเดียวกับ A-7P ของโปรตุเกส ทว่า A-7T พัฒนาต่อยอดจากจาก A-7B ส่วน A-7P พัฒนาต่อยอดจาก A-7A เท่ากับว่าเครื่องบินไทยมีความทันสมัยมากกว่า

5.เครื่องยนต์ TF-30-P-408 ของ A-7T จากบริษัทแพร็ท แอนด์ วิทนีย์ เป็นรุ่นเดียวกับเครื่องยนต์ขับไล่ F-14 ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่

6.ระบบเอวิโอนิกส์บนเครื่องบินเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งหมด

7. A-7T ติดตั้งล้อและยางรุ่นใหม่ มาพร้อมระบบเบรกซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ประกอบไปด้วยเครื่องบังคับกันลื่นและอุปกรณ์ตรวจแบบสอบอัตโนมัติ การซ่อมบำรุงจึงง่ายกว่าเดิมไม่ยุ่งยาก รวมทั้งบริษัทรับประกันหลังการขายยาวนานถึง 20 ปี

7. A-7T รองรับการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-พื้นนำวิถีเลเซอร์รุ่นใหม่ของกองทัพอากาศและกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

8.ระยะเวลาส่งมอบเครื่องบินจำนวน 16 ลำอยู่ในช่วง 2528 ถึง 2529

9. A-7T มีราคาเพียงหนึ่งในสามของเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ แต่มีขีดความสามารถในการป้องกันประเทศใกล้เคียงกัน

บทสรุป

ภาพประกอบสุดท้ายคือโรงงานผลิตในเมืองเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังผลิตเครื่องบินโจมตีA-7P Corsair II กองทัพอากาศโปรตุเกส ถ้ากองทัพอากาศต้องการ A-7T โรงงานสามารถสร้างร่วมกันได้ทันที

                     
จะเห็นครับว่าข้อมูลจากบริษัทแอลทีวี แอโรสเปซ แอนด์ ดีเฟนซ์ค่อนข้างชัดเจนตรงไปตรงมา รวมทั้งราคาเครื่องบินเพียงหนึ่งในสามของเครื่องบินรุ่นใหม่ ซึ่งมีความใกล้เคียงข้อมูลจริงยิ่งกว่าแม่หมอทั่วโลก เพราะราคาเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Bock 15 ที่กองทัพอากาศจัดหา ราคาแพงกว่า A-7T Corsair II มากถึง 3.22 เท่า ถือเป็นบริษัทที่มีความจริงใจต่อสื่อมวลชนสูงมากบริษัทหนึ่ง

โครงการนี้กองทัพอากาศเลือกจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Bock 15 มาใช้งาน ถ้าบังเอิญตอนนั้นเราเจอบ่อน้ำมันในอ่าวไทยจำนวนหลายจุด จนมีการตั้งโครงการจัดหาเครื่องบินสนับสนุนภาคพื้นดิน/โจมตีทางลึก คาดว่า A-7T Corsair II น่าจะลอยลำเข้าวินชนิดนอนมาพระสวด

อ้างอิงจาก

         นิตยสารสงครามฉบับที่ 207 ประจำเดือนเมษายน 2527

        

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น