วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

M41 Walker Bulldog with 105 mm L7 Low Recoil Force Rifled Gun

      

        ระหว่างปี 2528 บริษัทร่วมจากเยอรมันตะวันตกนำรถถัง M41 GTI (GERMAN TANK IMPROVEMENT) มาทดสอบในประเทศไทย และได้เสนอแผนการปรับปรุงรถถัง M41 อายุ 30 ปีจำนวน 290 คันมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาทแก่กองทัพบก เรียกเสียงฮือฮาให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวไทยจำนวนมาก เพราะเป็นการยกระดับรถถังเก่าให้มีความทันสมัยเทียบเท่ารถถังรุ่นใหม่ราคาแพง

เวลาถัดมาเพียงไม่กี่เดือนบริษัทคาดิแลคเกจจากสหรัฐอเมริกา นำรถถังเบาคอมมานโดสติงเรย์เข้ามาทดสอบในเมืองไทย ตามโครงการจัดหารถถังหลักจำนวน 1 กองพันกับรถถังเบาจำนวน 2 กองพันมูลค่ารวมประมาณ 9,000 ล้านบาท บริษัทยังให้ความสนใจโครงการปรับปรุงรถถัง M41 ไปพร้อมกัน มีการส่งป้อมปืนใหญ่ขนาด 105 มม.ของรถถังคอมมานโดสติงเรย์ มาติดตั้งบนรถถัง M41 กองทัพบกไทย เพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสถานที่จริง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประเทศไทย

ป้อมปืนใหญ่ขนาด 105 มม.จากสหรัฐอเมริกามีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด ถูกออกแบบให้ติดตั้งบนรถหุ้มเกราะล้อยาง รถหุ้มเกราะสายพาน หรือรถถังเบาขนาด 15-20 ตันได้อย่างเหมาะสม บริษัทคาดิแลคเกจตั้งใจนำมาใช้งานบนรถหุ้มเกราะล้อยางคอมมานโด V-300 ฉะนั้นการทดสอบติดตั้งบนรถถัง M41 จึงไม่ประสบปัญหา เพราะมีขนาดวงแหวนป้อมปืนใหญ่เท่าของเดิมชนิดพอดิบพอดี

ป้อมปืนรุ่นใหม่รูปร่างค่อนมาทางแบนราบ ด้านหน้าลาดเป็นมุมแหลมทำให้มีรูปทรงทางขีปนวิธีที่ดี หากถูกยิงทางด้านหน้ากระสุนจะแฉลบออกด้านข้างค่อนข้างง่าย ช่วยลดอันตรายได้มากกว่าป้อมปืนใหญ่ขนาด 76 มม.รุ่นเดิมของ M41 ซึ่งไม่มีการติดตั้งระบบรักษาการทรงตัวของปืน จึงใช้งานปืนใหญ่ระหว่างรถถังเคลื่อนที่ไม่ได้ รวมทั้งไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยวัดระยะ พลประจำรถต้องใช้สายตาวัดระยะทำให้การยิงเป้าหมายขาดความแม่นยำ ป้อมปืนรุ่นใหม่จะเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายช่วยให้รถถังน่าเกรงขามมากกว่าเดิม

การติดตั้งป้อมปืนบนรถถัง M41

        เนื่องจากป้อมปืนใหญ่รุ่นใหม่จากบริษัทคาดิแลคเกจรูปร่างค่อนมาทางแบนราบ รวมทั้งใช้ปืนใหญ่ขนาดแตกต่างกันจึงใช้รางเก็บกระสุนร่วมกันไม่ได้ การนำมาติดตั้งบนรถถัง M41 จำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติม สำหรับการถอด/ใส่ป้อมปืนสามารถจัดการภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง โดยใช้รถเครนหรือปั้นจั่นขนาด 8 ตันสำหรับยกป้อมปืน เครื่องมือช่างชุดใช้งานทั่วไปจำนวน 1 ชุด แหวนรองป้อมปืนหนา 1 นิ้วฟุตจำนวน 1 อัน ใช้รองป้อมปืนใหญ่รุ่นใหม่ให้สูงกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ตัวป้อมเสียดสีกับขอบวงแหวนป้อมปืนซึ่งติดอยู่กับรถ

        แหวนรองป้อมปืนจะช่วยให้ป้อมปืนใหญ่รุ่นใหม่สูงกว่าเดิม 2 นิ้ว การประกอบใช้กำลังพลเพียง 2 นายใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ต่อด้วยใช้รถเครนยกป้อมปืนใหญ่น้ำหนัก 5 ตันกว่าเข้ามาติดตั้งใช้เวลาประมาณ 10 นาที การติดตั้งวงจรไฟฟ้ากับวงจรระบบสื่อสารสามารถใช้สายไฟขั้วเดิม นำมาเสียบเข้ากับวงจรไฟฟ้าบริเวณพื้นกระเช้าป้อมปืนเป็นอันแล้วเสร็จ โดยไม่ต้องปรับปรุงหรือดัดแปลงเนื่องจากอุปกรณ์ใช้มาตรฐานเดียวกัน สิ่งเดียวที่ต้องดัดแปลงคือจุดเก็บกระสุนปืนใหญ่ภายในรถถัง เหตุผลก็คือป้อมปืนรุ่นใหม่ใช้กระสุนขนาด 105 มม.ต่างจากรุ่นเก่าใช้กระสุนขนาด 76 มม.

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนป้อมปืนใหญ่

        หลังการเปลี่ยนป้อมปืนรถถัง M41 อาจดูเทอะทะไม่คล่องตัวเหมือนเดิม เหตุผลก็คือป้อมปืนใหญ่ขนาด 105 มม.รุ่นเดียวกับรถถังคอมมานโดสติงเรย์ มีขนาดใหญ่กว่าเดิมบวกลำกล้องปืนยาวกว่าเดิม การใช้งานอาจไม่คล่องแคล่วเท่าเดิมรวมทั้งมีจุดที่ต้องพึงระวังมากขึ้น ทว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับกลับคืนถือว่าคุ้มค่าและน่าสนใจมาก รถถัง M41 จะมีอำนาจการยิงสูงขึ้นทัดเทียมรถถังหลักรุ่นใหม่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มมรุ่น L7 มีแรงถอยต่ำประมาณ 11 ตันกว่า ใช้งานร่วมกับรถถัง M41 ซึ่งมีน้ำหนักตัวประมาณ 24 ตันได้โดยไม่มีปัญหา รวมทั้งสามารถใช้งานกระสุนร่วมกับรถถัง M48 A5 ได้หมดทุกรุ่น การจัดหากระสุนหรือการส่งกำลังบำรุงเกิดความสะดวกสบายมากกว่าเดิม

        ประโยชน์เรื่องถัดไปคือเรื่องความแม่นยำ ปรกติพลประจำรถถัง M41 ต้องวัดระยะเป้าหมายด้วยสายตา การยิงปืนใหญ่นัดแรกจึงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 วินาที รวมทั้งต้องหยุดรถทุกครั้งที่ยิงเพราะไม่มีระบบรักษาการทรงตัวของปืน เมื่อเปลี่ยนมาติดตั้งป้อมปืนใหญ่รุ่นใหม่ขนาด 105 มม.พลประจำรถจะใช้ระบบควบคุมการยิงในการเผด็จศึกเป้าหมาย โดยใช้อุปกรณ์ช่วยวัดระยะด้วยเลเซอร์ซึ่งติดตั้งอยู่ในกล้องเล็ง ใช้อุปกรณ์คำนวณการยิงแบบดิจิตอลซึ่งสามารถคำนวณขีปนวิธีได้อย่างอัตโนมัติ รวมทั้งมีระบบรักษาการทรงตัวของปืน อุปกรณ์วัดความเอียงของป้อมปืน อุปกรณ์วัดความเร็วเป้าหมาย และอุปกรณ์วัดความเร็วกระแสลม นำมาใช้ในการคำนวณแก้ไขความคลาดเคลื่อนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ส่งผลให้การยิงปืนใหญ่นัดแรกใช้เวลาไม่เกิน 8 วินาที

        นอกจากเปลี่ยนมาใช้งานปืนใหญ่ L7 ขนาด 105 มม.ป้อมปืนรุ่นใหม่ยังใช้ปืนกลร่วมแกนรุ่น M240 ขนาด 7.62 มม.ตามมาตรฐานกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ติดตั้งเครื่องลูกระเบิดควันขนาด 66 มม.ชุดละ 4 ท่อยิงจำนวน 2 ชุด ส่วนปืนกลประจำป้อมปืนยังคงใช้งานปืนกล M2 ขนาด 12.7 มม.เหมือนเดิม การเปลี่ยนป้อมปืนรุ่นใหม่จีงช่วยให้ M41 มีเขี้ยวเล็บแหลมคมเทียบเท่ารถถังรุ่นใหม่

คุณลักษณะป้อมปืนใหญ่จากรถถังคอมมานโดสติงเรย์

        -น้ำหนักรวม ประมาณ 5,240 กิโลกรัม

        -อาวุธหลัก : ปืนใหญ่ขนาด 105 มม.แรงถอยต่ำ 1 จำนวนกระบอก

        -อาวุธรอง : ปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 มม.จำนวน 1 กระบอก ปืนกลประจำป้อมปืนขนาด 12.7 มม.จำนวน 1 กระบอก และเครื่องลูกระเบิดควันขนาด 66 มม.ชุดละ 4 ท่อยิงจำนวน 2 ชุด

กล้องตรวจการณ์และกล้องเล็ง

        -พลขับ : กล้องตรวจการณ์แบบตาเรือจำนวน 4 ตัว

        -ผบ.รถ : กล้องตรวจการณ์แบบตาเรือจำนวน 7 ตัว กับกล้องเล็งกลางวัน/กลางคืนรุ่น NV52 จำนวน 1 ตัว

-พลยิง : กล้องเล็งแบบ M36E1 พร้อมเครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์จำนวน 1 ตัว

        ระบบควบคุมการยิง

        -อุปกรณ์ให้ทางสูงและอุปกรณ์หมุนป้อมปืน : ใช้ระบบไฟฟ้าและระบบหมุนด้วยมือ

        -ระบบรักษาการทรงตัวของปืน : ทำงานทั้งแกนตั้งและแกนนอน

        -ความเร็วในการหมุนป้อมปืนด้วยกำลัง : เท่ากับ 35 องศาต่อวินาที

        -มุมยกปืนและมุมกดปืน : เท่ากับ +20 องศาและ -7.5 องศา

        -ความเร็วในการยกปืน : เท่ากับ 8 องศาต่อวินาที (เมื่อใช้ระบบรักษาการทรงตัวของปืน 40 องศาต่อวินาที)

        -ความเร็วในการเล็งเกาะเป้าหมาย : เท่ากับ .25 มิลเลียมต่อวินาที

        -การป้องกันปืนกระแทกตัวรถ : ใช้ระบบอัตโนมัติ

        กระสุนปืนขนาด 105 มม.

        -กระสุนเจาะเกราะสลัดครอบรักษาทิศทางด้วยหาง (APFSDS-T)

        -กระสุนเจาะเกราะสลัดครอบ (APDS-T)

        -กระสุนระเบิดกะเทาะเกราะ (HESH)

        -กระสุนควัน (SMOKE)

        -ในป้อมปืนเก็บกระสุนขนาด 105 มม.ได้จำนวน 8 นัด

        -ในตัวรถแล้วแต่การดัดแปลง ซึ่งอาจจัดเก็บได้ไม่น้อยกว่า 20 นัด

บทสรุป

        รถถัง M41 กับป้อมปืนใหญ่จากรถถังคอมมานโดสติงเรย์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีการทดสอบใช้งานจริงในประเทศไทย ช่วงเวลาที่กองทัพบกขึ้นโครงการใหญ่มูลค่า 14,000 ล้านบาทในปี 2528 เป็นอีกหนึ่งบทความที่ผู้เขียนตั้งใจเก็บบันทึกให้กับคนรุ่นหลัง ต่อไปในอนาคตหากพวกเขาต้องการสืบค้นข้อมูลจะได้ทำอย่างสะดวก หรือจะเรียกว่าเป็นระบบเอไอสมัยพระเจ้าเหาก็เห็นจะไม่ผิด

อ้างอิงจาก

นิตยสารสมรภูมิ ปีที่ 9 เล่มที่ 272 วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2529

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น