วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

F-7M AIRGUARD in THAILAND

 

เช้าวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2532 ที่ลานจอดอากาศยาน ท่าอากาศยานกองบัญชาการทหารอากาศกองทัพอากาศไทย มีการบินโชว์เครื่องบินขับไล่ F-7M AIRGUARD สร้างโดยบริษัท CATIC สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ลูกทัพฟ้า เสืออากาศไทย และสื่อมวลชนในประเทศได้รับชมเป็นครั้งแรก

การแสดงรอบวีไอพีเริ่มต้นเวลา 08.30 .มีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ F-7M ให้นายทหารผู้ใหญ่สามเหล่าทัพ เจ้าหน้าที่กรมตำรวจ และทูตต่างประเทศได้รับฟังในห้องบรรยายกองทัพอากาศ การบรรยายใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นคณะวีไอพีเดินมาชมเครื่องบินที่ลานจอดอากาศยาน ประกอบไปด้วยเครื่องบินขับไล่ F-7M จำนวน 2 ลำ FT-7 จำนวน 1 ลำ เครื่องบินลำเลียง Y-12 จำนวน 1 ลำ กับ Y-8 จำนวน 1 ลำ จำนวนเครื่องบินจากจีนรวมทั้งสิ้นจำนวน 5 ลำ



F-7M จำนวน 2 ลำ FT-7 จำนวน 1 ลำเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 22 มีนาคม 2532 โดยการถอดชิ้นส่วนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (ปีก หาง และฐานล้อ) ก่อนนำมาประกอบที่กองบิน 6 ดอนเมืองใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินและช่างอากาศเดินทางมาพร้อมเครื่องบินลำเลียง Y-8 ส่วนประธานบริษัทและผู้บริหารระดับสูงบริษัท CATIC เดินทางตามมาในภายหลัง เครื่องบิน F-7M สร้างที่โรงงานเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ส่วน FT-7 สร้างโดยโรงงานในมณฑลกุยโจ แสดงให้เห็นถึงความใหญ่โตของสายการผลิต ส่งผลให้ราคาถูกกว่าเครื่องบินจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และโซเวียต

การบินโชว์เริ่มต้นเครื่องบินฝึกสองที่นั่ง FT-7 สีขาว ต่อด้วย F-7M จำนวน 1 ลำ ใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 7 นาที ก่อนนำเครื่องบินมาจอดเตรียมจัดแสดงให้สื่อมวลชนรับชม จากนั้นในเวลา 10.30 เป็นการบินโชว์รอบสื่อมวลชน เริ่มจาก FT-7 ใช้เวลาติดเครื่องประมาณ 5 นาทีก่อนบินขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว  นักบินใช้ท่าบินควงสว่าง 1 รอบ บินหงายหลัง 1 รอบ และบินท่าขนานพื้นอีก 2 รอบ ใช้เวลาบินโชว์ประมาณ 6 นาทีจากนั้นถึงคิวพระเอก F-7M ออกโรง นักบินเน้นท่าบินไต่อากาศเสียเป็นส่วนใหญ่ บินแบบนี้ประมาณ 4 รอบถึงเปลี่ยนมาใช้ท่าบินเหมือน FT-7 ใช้เวลาบินโชว์ประมาณ 7 ก่อนลงมาจอดให้สื่อมวลชนถ่ายภาพเครื่องบินเป็นรายการปิดท้าย

โปรแกรมถัดไปเครื่องบิน F-7M กับ FT-7 ต้องเดินทางไปกองบิน 1 นครราชสีมา เพื่อบินโชว์จำนวน 2 วันคือวันที่ 4 ถึง 5 เมษายน 2532 จากนั้นในวันที่ 8 เมษายน 2532 เป็นการประเมินค่าเครื่องบินโดยนักบินไทย ซึ่งเตรียมไว้แล้วจำนวน 7 นายเป็นนักบินเครื่องบินขับไล่ตระกูล F-5



F-7M AIRGUARD คือเครื่องบินขับไล่ J-7 หรือ MiG 21 สัญชาติจีน (โซเวียตส่งผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิคฝีมือฉกาจมาช่วยจีนสร้างเครื่องบินด้วยตัวเอง) แต่เปลี่ยนมาติดตั้งระบบเอวิโอนิกส์บริษัทมาโคนี่ประเทศอังกฤษเพื่อเป็นรุ่นส่งออก ประกอบไปด้วย

1.วิทยุอากาศ-พื้นดินรุ่น AD 3400

2.เครื่องช่วยเดินอากาศรุ่น XS-G A

3.เรดาร์ Altimeter รุ่น HR A/2

4.เรดาร์ Ranging รุ่น M วัดระยะทางระหว่างเครื่องบินถึงเป้าหมาย สำหรับคำนวณระยะยิงที่ได้ผลของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ

5.Flight Data Record เพื่อบันทึกข้อมูลการบินในแต่ละเที่ยว

มีการปรับปรุงให้ใช้หน้าจอ HUD รุ่น 850 จากบริษัทมาโคนี่เช่นกัน เครื่องบินมีจุดติดตั้งอาวุธ 4 ตำแหน่งคือ INBOARD และ OUTBOARD สามารถใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ PL-7 หรือ R-550 MAGIC รวมทั้ง AIM-9 SIDEWINDER ซึ่งมีใช้งานในกองทัพอากาศไทยได้ มาพร้อมปืนกลอากาศขนาด 30 มม.สำหรับทำยุทธเวหาแบบ DOGFIGHT

สถานการณ์ในตอนนั้นสื่อมวลชนประเทศไทยเทคะแนน 90 เปอร์เซ็นต์ว่า เครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 กองทัพอากาศไทย ต้องเป็นมังกรไฟจากดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ไม่ผิดไปจากนี้ เหตุผลก็คือ F-7M ราคาถูกมากเพียงลำละ 2 ล้านเหรียญ แต่แล้วในท้ายที่สุดจีนก็เจาะด่านลูกทัพฟ้าไทยไม่สำเร็จ ต่างจากกองทัพบกและกองทัพเรือซึ่งได้อุดหนุนสินค้ากรุงปักกิ่งจำนวนพอสมควร

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารสงคราม ปีที่ 11 ฉบับที่ 389 ประจำวันที่ 23 เมษายน 2532 กับนิตยสารสมรภูมิ ฉบับที่ 440 วันที่ 17 เมษายน 2532

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น