วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

TH-301 for Thai Army

 รถถังเยอรมันตะวันตก

ระหว่างปี 2529 กองทัพบกไทยมีแผนการปรับปรุงรถถัง M41 อายุ 30 ปีจำนวน 290 คันมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมทั้งต้องการจัดหารถถังหลักจำนวน 1 กองพันกับรถถังเบาจำนวน 2 กองพัน ปริมาณรถถังและยานสนับสนุนคาดว่าประมาณ 200 คัน มูลค่ารวมประมาณ 9,000 ล้านบาท รวมโครงการปรับปรุงรถถัง M41 เข้าไปด้วยตัวเลขเท่ากับ 14,000 ล้านบาท หรือ 451 ล้านเหรียญถือว่าค่อนข้างสูงจนน่าประหลาดใจ

บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ล (THYSSEN HHENSCHEL) จากประเทศเยอรมันตะวันตกเล็งเห็นว่า เงินก้อนนี้สามารถตั้งโรงงานผลิต/ประกอบรถถังขึ้นมาในประเทศ และจัดหารถถังหลักรุ่นใหม่ทันสมัยได้ไม่ต่ำกว่า 360 คัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพทางทหารแข็งแกร่งกว่าเดิม ลดปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงกับการจัดหาอะไหล่ ช่วยให้วิศวกรกับนายช่างทั้งจากกองทัพและเอกชนมีงานทำเพิ่มขึ้น มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น มีความรู้ความชำนาญด้านการผลิต/ประกอบรถถังรุ่นใหม่ รวมทั้งมีเม็ดเงินก้อนโตหมุนเวียนภายในประเทศ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศและพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคน

ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงบริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลจึงตัดสินใจนำเสนอรถถังหลัก TH301 ต่อกองทัพบกไทย ก่อนอื่นผู้เขียนขอชี้แจงให้ชัดเจนก่อนนะครับว่า รถถังรุ่นนี้ผู้ผลิตกำหนดให้เป็นรถถังขนาดกลางหรือ Medium Battle Tank เพราะมีน้ำหนักตัวพร้อมรบประมาณ 31 ตันเท่านั้น แต่ในประเทศไทยกลับถูกเรียกขานว่ารถถังหลัก จะด้วยสื่อมวลชนเข้าใจผิดหรือบริษัทผู้ผลิตกำหนดขึ้นใหม่ก็ตาม ทว่าในตลาดโลก TH301 คือรถถังขนาดกลางเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศในทวีปเอเชีย

ก่อนหน้านี้บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลเคยพัฒนารถถัง TH300 ขึ้นมาในปี 1976 โดยนำรถหุ้มเกราะสายพาน Marder มาปรับปรุงใหม่ทั้งคัน ปีถัดมา TH300 ถูกพัฒนาเป็นรถถังขนาดกลาง TAM สำหรับกองทัพบกอาเจนตินา จากนั้นจึงนำ TH300 มาต่อยอดเป็นรถถังรุ่นส่งออก TH-301/105 ติดปืนใหญ่ขนาด 105 มม.กับ TH-301/120 ติดปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ซึ่ง TH-301/105 หรือ TH-301 คันนี้แหละคือพระเอกของบทความ เวลาต่อมาบริษัทยังพัฒนา TH-301/A4 เพิ่มเติมในภายหลัง

ภาพประกอบที่หนึ่งต้นแบบรถถังขนาดกลาง TH-301/A4 ซึ่งนำประสบการณ์จากการทดสอบในประเทศไทย มาปรับปรุงเพิ่มเติมให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมยกตัวอย่างเช่น

-เปลี่ยนเครื่องยนต์ MTU MB 833 KA-500 (750 แรงม้า DIN ที่ 2400 รอบต่อนาที) เป็นเครื่องยนต์ MTU MB 833 KA-501 (800 แรงม้า DIN ที่ 2400 รอบต่อนาที)

-น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นจาก 31 ตันเป็น 31.6 ตัน

-อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 24 แรงม้า/ตัน เป็น 25.3 แรงม้า/ตัน

TH-301/A4 เปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงอาวุธ DSA 1988 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักตัวเพียง 31.6 ตัน จึงสามารถขนส่งโดยรถไฟได้อย่างสะดวกสบาย บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลเล็งเป้าหมายมาที่กองทัพบกมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า กัมพูชา รวมทั้งกองทัพบกไทย ซึ่งมีการเผยแพร่แผนการสร้างโรงงานในประเทศต่อสื่อมวลชนในประเทศ

รถถังเมดอินไทยแลนด์

ทำความรู้จักรถถังขนาดกลางจากเยอรมันตะวันตกในระดับหนึ่งแล้ว ผู้เขียนขอพาผู้อ่านทุกคนย้อนกลับคืนสู่โครงการจัดหารถถังในประเทศไทยอีกครั้ง ก่อนหน้านี้บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลส่งคนมาสำรวจเป็นเวลามากกว่า 2 ปี พวกเขาพบว่าประเทศไทยมีองค์ประกอบพร้อมสร้างรถถังได้ด้วยตัวเอง เหตุผลก็คือโรงงานในประเทศสามารถผลิตชิ้นส่วนรถถังได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวิศวกรชาวไทยสามารถประกอบรถถังได้ทั้งคันหรือ 100 เปอร์เซ็นต์ บริษัทเองก็มีความพร้อมเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ รวมทั้งส่งมอบพิมพ์เขียวแบบรถถังให้ ชิ้นส่วนไหนที่ผลิตเกินความต้องการบริษัทยินดีซื้อต่อทั้งหมด

ผลพลอยได้ที่ตามมาจากโครงการระยะยาว ประเทศไทยสามารถผลิต TH-301 เพื่อขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่นมาเลเซียซึ่งหมายตารถถังรุ่นนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดพัฒนารถหุ้มเกราะสายพานลำเลียงพล รถหุ้มเกราะสายพานติดอาวุธปล่อยนำวิถี รวมทั้งรถหุ้มเกราะสายพานตรวจการณ์ติดตั้งเรดาร์ขึ้นมาใช้งาน ช่วยให้ประเทศไทยสามารถยืนบนลำแข้งเองได้อย่างยั่งยืนยาวนาน

โรงงานผลิต/ประกอบรถถังใช้เจ้าหน้าที่และคนงานประมาณ 115 นาย การเปิดสายการผลิตยิ่งสร้างรถถังมากขึ้นเท่าไร ราคาต่อคันยิ่งลดต่ำลงมากขึ้นตามกัน กองทัพบกสามารถจัดหารถถัง TH-301 จำนวนมากเข้าประจำการ อัศวินแห่งสนามรบ รุ่นส่งออกจากเยอรมันตะวันตกคันนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวกระโดดกลายเป็นผู้ผลิตรถถังรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับการผลิต/ประกอบรถถังในช่วงเริ่มต้นโครงการ บริษัทแนะนำว่าควรผลิตรถถังต้นแบบจำนวน 3 ถึง 5 คัน เพื่อส่งให้ศูนย์การทหารม้านำไปทดสอบประสิทธิภาพ จากนั้นจึงนำข้อบกพร่องทั้งหมดมาปรับปรุงให้เหมาะสม ก่อนผลิตรถถังจำนวนมากเข้าประจำการในเวลาต่อมา

การเตรียมความพร้อม

เมื่อกองทัพบกตกลงใจคัดเลือกโครงการ TH-301 บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลแนะนำว่ากองทัพบกควรจัดคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของบริษัทเพื่อกำหนดแผนงานร่วมกัน ถ้ากองทัพบกต้องการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบรถถังเพื่อความเหมาะสม ก็สามารถกำหนดได้เองตามความต้องการ เมื่อได้คุณลักษณะรถถังตามที่ทหารม้าไทยต้องการ ขั้นตอนไปคือตรวจสอบการผลิตชิ้นส่วนจากบริษัทเอกชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อคำนวณปริมาณและคุณภาพชิ้นส่วนผลิตได้ในประเทศ ไม่ต้องนำเข้าจากเยอรมันตะวันตกช่วยลดต้นทุนการผลิตไปพร้อมกัน

การสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย เพื่อประหยัดงบประมาณกองทัพบกสามารถเลือกใช้อาคารสร้างเสร็จแล้ว อาทิเช่นโรงงานซ่อมสร้างที่นครราชสีมาหรือปทุมธานี นำมาปรับปรุงให้เหมาะสมต่อสายการผลิตรถถัง โรงงานอื่นของหน่วยราชการยังสามารถช่วยผลิตชิ้นส่วนต่างๆ อาทิเช่นส่วนเชื่อมเหล็กตัวถัง หรือส่วนกลึงและตัดเหล็ก จากนั้นจึงส่งที่ศูนย์ประกอบตัวรถแบบเต็มคันในภายหลัง ระบบแยกผลิต/ประกอบจะช่วยลดต้นทุนในการสร้างรถถัง สำหรับชิ้นส่วนที่ต้องผลิตและนำเข้าจากต่างประเทศ บริษัทตั้งใจจัดส่งด้วยตัวเองอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

การผลิต/ประกอบรถถัง TH-301

บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลมีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ เรื่องการออกแบบรถถังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2517 ถึง 2521 คือช่วงเวลาที่บริษัทศึกษาและพัฒนารถถัง TH-301 ขึ้นมา รองรับการใช้งานสงครามรุ่นใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต เน้นมาที่การรบระยะประชิดและความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ อันเป็นปัจจัยหลักในการรบยุคใหม่ซึ่งใช้ความเร็วเป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ มีการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ให้พลังขับเคลื่อนอย่างมหาศาล จนรถสามารถทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนน และมากถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ภูมิประเทศ

รถถัง TH-301 ติดตั้งระบบควบคุมการยิงทันสมัยที่สุดในโลก ถูกออกแบบตามแนวคิดกองทัพบกเยอรมันตะวันตก ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศ การส่งกำลังบำรุงและอะไหล่สามารถใช้งานร่วมกับรถหุ้มเกราะสายพานตระกูล Marder จึงช่วยประหยัดงบประมาณ ลดความยุ่งยากวุ่นวาย และถือเป็นจุดเด่นสำคัญเหนือคู่แข่งอีกหนึ่งเรื่อง

โรงงานผลิต/ประกอบรถถังสามารถแยกออกเป็นโรงงานผลิตย่อยประกอบไปด้วย

โรงงานเชื่อมเหล็ก

        เป็นโรงงานย่อยที่มีความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะต้องนำแผ่นเหล็กชนิดพิเศษมาทำการตัดเชื่อมต่อให้กลายเป็นตัวถัง การดำเนินกรรมวิธีในการปะแผ่นเหล็กผสมชนิดพิเศษและเชื่อมเป็นตัวถัง ต้องมีเครื่องมือประจำโรงงานตรงตามพิมพ์เขียวที่บริษัทตั้งใจมอบให้ รวมทั้งต้องมีเตาเผาขนาดใหญ่ติดตั้งภายในโรงงาน ทำหน้าที่ชุบเหล็กให้แข็งแกร่งตรงตามมาตรฐานของบริษัท

โรงประกอบเครื่องกำเนิดกำลังและโรงประกอบรถถัง

เป็นโรงงานย่อยที่มีความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะต้องนำชิ้นส่วนทั้งหมดซึ่งแยกกันผลิตจากหลายโรงงานย่อย มาประกอบเป็นรถถังเต็มคันให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการ แล้วใส่เครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนที่ต้องนำเข้าในขั้นตอนสุดท้าย ฉะนั้นปริมาณเครื่องกำเนิดกำลังจะแปรผันกับปริมาณการผลิตรถถัง ไม่มีการกักตุนล่วงหน้าป้องกันปัญหาต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่ตั้งใจ

ศูนย์หรือโรงงานซึ่งมีหน้าที่ประกอบระบบขับเคลื่อนเข้ากับตัวรถ รวมทั้งประกอบเครื่องช่วยพยุงรถเพิ่มเติมเข้ามา สมควรดำเนินการเป็นเอกเทศโดยใช้ระบบรวมการ โดยมีกองทัพบกไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบ สามารถแจกจ่ายการผลิตชิ้นส่วนย่อยให้บริษัทเอกชนหรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนของราชการ ช่วยกันผลิตชิ้นส่วนรถถังตรงตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า

ชิ้นส่วนที่สามารถแยกผลิตได้ในประเทศไทยประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนของสายพาน ชิ้นส่วนของเครื่องเปลี่ยนกำลัง ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าในตัวรถ ถังบรรจุเชื้อเพลิง เบาะนั่งและเครื่องอำนวยความสะดวกพลประจำรถ เครื่องกลไกกระเดื่องเชื่อมโยงต่างๆ ส่วนประกอบย่อยภายนอกของหีบเฟืองเปลี่ยนกำลัง ส่วนประกอบในห้องปฏิบัติการ ส่วนประกอบเกี่ยวกับเครื่องเล็ง กลไกในป้อมปืนและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ อาทิเช่น ไฟหน้า ไฟท้าย แตร รวมทั้งเครื่องมือช่างสนามประจำรถ

ส่วนประกอบเหล่านี้ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศจึงช่วยประหยัดงบประมาณ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มงานให้กับคนในประเทศ ตรงตามความต้องการรัฐบาลเรื่องการสร้างงานสร้างรายได้กระจายในวงกว้าง

มีชิ้นส่วนบางประเภทซึ่งทางบริษัทไม่แน่ใจว่า หากผลิตขึ้นเองในประเทศจะประหยัดและเป็นผลดีในเชิงพาณิชย์หรือไม่ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสียก่อนถึงสามารถให้คำตอบชัดเจน ชิ้นส่วนสำคัญเหล่านี้ประกอบไปด้วย ระบบท่อไอเสีย ระบบถ่ายเทความร้อน และระบบปรับอากาศภายในรถ ชิ้นส่วนที่จะผลิตในประเทศและประกอบเข้าเป็นระบบทั้งสาม ต้องผลิตจากโรงงานขนาดใหญ่ตรงตามตามมาตรฐานจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจประสบปัญหาระหว่างใช้งานส่งผลต่อความพร้อมรบของรถถัง

ผังโครงการส่วนเชื่อมเหล็ก

        เรื่องสำคัญในการสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถัง TH-301 คือการสร้างตัวถังรถด้วยตัวเองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและยากที่สุด การวางแผนและกำหนดผังโครงการสำหรับประกอบตัวถังส่วนนี้ จะเกิดได้โดยนำความรู้ความสามารถบวกประสบการณ์ยาวนานของบริษัท มาถ่ายทอดให้กับวิศวกรและนายช่างกองทัพบกไทยอย่างครบถ้วน ผลผลิตที่ได้รับน่าจะมีมาตรฐานใกล้เคียงการสร้างในเยอรมันตะวันตก โดยมีต้นทุนต่ำกว่าเนื่องจากค่าแรงในเยอรมันตะวันตกสูงกว่าพอสมควร

แผนการผลิต/ประกอบรถถังในประเทศ

บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลได้จัดเตรียมแผนการล่วงหน้าในกรณีได้รับการคัดเลือกไว้ดังนี้

-สมมุติฐานการผลิตตัวถังสำหรับรถถัง TH-301 ในอัตราการผลิตเดือนละ 20 คัน

-สมมุติฐานการผลิตป้อมปืนสำหรับรถถัง TH-301 ในอัตราการผลิตเดือนละ 20 คันเช่นกัน

-การประกอบระบบขับเคลื่อนและระบบพยุงตัวรถ ให้สามารถผลิตได้ในอัตราเดียวกับตัวรถ

จากสมมุติฐานดังกล่าวกองทัพบกไทยและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ มีโรงงานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมสร้างยานพาหนะอยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ในการผลิต/ประกอบรถถังได้ทันทีประกอบไปด้วย

-รถยกหรือเครน

-สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา แก๊สสำหรับเชื่อม และเครื่องอัดลม

-ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารโครงการ

-ที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่

-สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์

-ห้องทำงานสถาปนิกประจำโครงการ

การผลิต/ประกอบรถถังในอัตราเฉลี่ยเดือนละ 20 คัน คาดว่าใช้คนงานไทยเข้าร่วมการทำงานประกอบไปด้วย

-ช่างฝีมือ 240 คน

-ลูกจ้าง 160 คน

-วิศวกร สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญการควบคุมมาตรฐานจำนวนหนึ่ง

กำหนดการในการผลิตและประกอบ

        กำหนดการผลิตแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนด้วยกัน ขั้นตอนที่ 1 อัตราการผลิตไม่เกิน 10 คันต่อเดือน และขั้นตอนที่ 2 อัตราการผลิตไม่เกิน 20 คันต่อเดือน กำหนดการดังกล่าวบริษัทใช้เป็นสมมุติฐานและขอบเขตในการออกแบบสร้างโรงงานหลัก โดยที่ชิ้นส่วนย่อยต่างๆ จะถูกประกอบเป็นโครงเครื่องเรียบร้อยแล้วจากโรงงานย่อย ด้วยเหตุนี้โรงงานหลักจำเป็นต้องมีโกดังจัดเก็บโครงเครื่องอย่างเป็นระเบียบ และถือเป็นส่วนสำคัญไม่เช่นนั้นไลน์การผลิตอาจประสบปัญหาเรื่องความล่าช้า

        โรงงานย่อยเพื่อผลิตชิ้นส่วนและประกอบเป็นโครงเครื่องหลัก ซึ่งสามารถดำเนินการได้เองในประเทศไทยแบ่งออกเป็นหมู่งานดังนี้

        1.หมู่โครงเครื่องไฟฟ้า ประกอบไปด้วย แผงหน้าปัด ชุดสายไฟ สวิตช์ไฟ และอื่นๆ

        2.หมู่โครงเครื่องที่นั่งพลประจำรถ ประกอบไปด้วย ที่นั่งและเบาะพลประจำรถ เครื่องกันกระแทกภายในตัวรถ และอื่นๆ

        3.หมู่โครงเครื่องเหล็กชิ้นส่วนย่อย ประกอบไปด้วย ท่อไอเสีย ท่อต่างๆ เครื่องมือประจำรถ และอื่นๆ

        4.หมู่โครงเครื่องตัวถังรถ ประกอบไปด้วย แชสซีรถ และอื่นๆ

        5.หมู่โครงเครื่องระบบระบายความร้อน ประกอบไปด้วย ท่อน้ำ ท่อเครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ

        6.หมู่โครงเครื่องอาวุธตัวถัง

        ทุกโรงงานย่อยซึ่งมีหน้าที่ผลิตหมู่โครงเครื่องหลักแต่ละรุ่น จะต้องมีแผนกพ่นสีเคลือบกันสนิมส่วนประกอบซึ่งทำงานโลหะทุกชิ้น

โรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก

        โรงเรีอนซึ่งจะใช้เป็นโรงงานผลิต/ประกอบรถถัง TH-301 หรือเรียกว่าศูนย์ประกอบรถถังและยานเกราะ จะใช้พื้นที่มีหลังคาป้องกันแดดแฝนรวมทั้งหมดประมาณ 250,000 ตารางเมตร เฉพาะโรงงานผลิต/ประกอบรถถังใช้พื้นที่ทำงานรวมกันประมาณ 11,150 ตารางเมตร ต้องการถนนรอบโรงงานรองรับน้ำหนักรถถังได้ประมาณ 38,600 ตารางเมตร ส่วนถนนเชื่อมโยงส่วนอื่นสำหรับรถยนต์ธรรมดา สามารถใช้งานถนนตามมาตรฐานประเทศไทยได้ตามปรกติ

        โรงเรือนตามโครงการต้องเป็นโรงงานอเนกประสงค์มีความทันสมัย มีเครื่องมือหนักทางอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วนรวมทั้งเครนขนาด 30 ตัน ซึ่งจะเป็นทั้งสถานที่ผลิต ประกอบ และจัดเก็บรถถังอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ภายในโรงงาน เมื่อการผลิตและประกอบรถถังเสร็จครบถ้วนตามแผนการ โรงเรือนตามโครงการจะถูกใช้เป็นโรงงานซ่อมสร้างสำหรับรถถังยานเกราะกองทัพบกไทย

โรงเรือนสำหรับใช้เป็นจุดทำงานทั่วไป

        โรงเรือนหลังนี้จะถูกใช้เป็นโรงงานประกอบเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนรถถัง พ่นสี และประกอบเครื่องช่วยพยุงรถถัง หมู่โครงเครื่องหลักซึ่งประกอบเสร็จเรียบร้อยจากโรงงานย่อย จะถูกส่งมาที่นี่เพื่อประกอบขั้นตอนสุดท้าย ประกอบไปด้วย หมู่โครงเครื่องสายพาน หมู่หีบเฟืองเครื่องกำลัง หมู่เครื่องกำเนิดกำลัง (นำเข้าจากต่างประเทศ) หมู่โครงเครื่องป้อมปืนประกอบจากโรงงานย่อย ระบบปืน (นำเข้าจากต่างประเทศ) หมู่โครงเครื่องทั้งหมดจะถูกจัดเก็บอยู่ในโรงงานดังกล่าว โดยมีหน่วยงานควบคุมมาตรฐานหมู่โครงเครื่องหลักทุกชิ้นทำหน้าที่ดูแล

        ขนาดของโรงงานต้องมีความยาว 222 เมตร กว้าง 25 เมตร ระยะห่างระหว่างเสา 6 เมตร มีพื้นที่ทำงานภายในรวมทั้งสิ้น 5,550 ตารางเมตร ติดตั้งเครนขนาด 30 ตันจำนวน 1 ตัว ติดตั้งเครนขนาด 20 ตันอีก 2 ตัว เครนทุกตัวสามารถยกได้สูง 7.2 เมตรเป็นอย่างต่ำ ส่วนทดสอบมาตรฐานกว้าง 8 เมตร กว้าง 9 เมตร มีพื้นที่ทำงาน 72 ตารางเมตร ส่วนล้างทำความสะอาดกว้าง 7 เมตร ยาว 14 เมตร พื้นที่ทำงาน 98 เมตร ส่วนพ่นสีกว้าง 5 เมตร ยาว 24 เมตร พื้นที่ทำงาน 120 ตารางเมตร

ชิ้นส่วนที่สามารถแยกผลิตได้ในประเทศไทยประกอบไปด้วย ชิ้นส่วนของสายพาน ชิ้นส่วนของเครื่องเปลี่ยนกำลัง ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าในตัวรถ ถังบรรจุเชื้อเพลิง เบาะนั่งและเครื่องอำนวยความสะดวกพลประจำรถ เครื่องกลไกกระเดื่องเชื่อมโยงต่างๆ ส่วนประกอบย่อยภายนอกของหีบเฟืองเปลี่ยนกำลัง ส่วนประกอบในห้องปฏิบัติการ ส่วนประกอบเกี่ยวกับเครื่องเล็ง กลไกในป้อมปืนและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ อาทิเช่น ไฟหน้า ไฟท้าย แตร รวมทั้งเครื่องมือช่างสนามประจำรถ

จุดทำงานทั่วไปเปรียบเสมือนศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้าย และเป็นสถานที่จัดเก็บรถถังกับเครื่องประกอบหลัก มีการติดตั้งรางเลื่อนยาวประมาณ 24 เมตร รองรับการขนถ่ายชิ้นส่วนน้ำหนักมากเข้าสู่โรงงาน มีการสร้างจุดตรวจสอบใต้ท้องรถถังความยาวประมาณ 40 เมตร จุดทำงานจะมีความกว้าง 25 เมตร ยาว 168 เมตร ระยะห่างระหว่างเสา 6 เมตร พื้นที่ทำงาน 4,200 ตารางเมตร ติดตั้งเครนขนาด 20 ตันจำนวน 2 ตัว เครนทุกตัวสามารถยกได้สูง 7.2 เมตรเป็นอย่างต่ำ

โรงงานในสถานที่ทดสอบรถถัง

เมื่อรถถังได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์ จะมีการนำรถถังไปวิ่งทดสอบจำนวน 1 ครั้ง แล้วนำเข้ามาปรับปรุงข้อบกพร่องในโรงงานในสถานที่ทดสอบรถถัง นำรถถังออกไปทดสอบรอบที่ 2 ก่อนนำกลับมาปรับปรุงในโรงงานอีกครั้ง ในโรงงานจะมีเครื่องมือตรวจสอบและควบคุมมาตรฐาน ฝาผนังทำด้วยวัสดุเก็บเสียง ติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ มีรถเครนขนาด 10 ตันไว้ให้บริการ ตัวโรงงานมีความกว้าง 16 เมตร ยาว 21 เมตร

จุดจัดเก็บตัวถังรถ

เมื่อตัวถังรถได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์ จะถูกส่งต่อมาที่จุดจัดเก็บตัวถังรถเป็นการชั่วคราว ก่อนเข้ารับการติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนและเครื่องช่วยพยุงตัวรถ จุดจัดเก็บตัวถังควรเป็นโรงเรือนแบบ 2 ชั้น และมีเครื่องยกขนาด 20 ตันติดตั้งบนขื่อหลังคา ขนาดโรงเรือนกว้าง 25 เมตร ยาว 30 เมตร ลักษณะคล้ายคลึงจุดจัดเก็บตัวถังรถในประเทศเยอรมันตะวันตก

สนามทดสอบรถถัง

        สนามทดสอบรถถังใช้ทดสอบรถถังที่ได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์ ส่วนประกอบของสนามทดสอบแบ่งได้ดังนี้

        -บ่อทดสอบการลุยข้ามน้ำ (ปรับระดับความลึกได้)

        -เนินทดสอบการไต่

        -เนินลาดเอียง 15 องศา ใช้ในการทดสอบระบบอาวุธและระบบเชื้อเพลิง

        -ทางขรุขระสำหรับทดสอบประสิทธิภาพรถ

        -ทางโค้งสำหรับทดสอบระบบบังคับเลี้ยว

        พื้นที่ทดสอบมีความกว้างเท่ากับ 2 เท่าของเส้นทางเดินรถ ส่วนเส้นทางเดินรถมีความยาวประมาณ 300 เมตร ส่วนโค้งของเส้นทางรัศมีเท่ากับ 100 เมตร และรัศมีเท่ากับ 65 เมตรเมื่อวัดตรงกลางเส้นทางเดินรถ โดยมีพื้นที่ขนย้ายรถขนาดใหญ่เพิ่มเติมเข้ามา เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนย้ายรถถังขึ้น/ลงจากยานพาหนะที่ใช้บรรทุกรถถัง

คลัง

        คลังหลักและคลังย่อยมีหน้าที่จัดเก็บชิ้นส่วนเป็นการชั่วคราว จะมีอยู่ในโรงงานผลิตหมู่โครงเครื่องหลักและศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้าย เป็นคลังจัดเก็บทั่วไปไม่มีการดัดแปลงพิเศษ แต่อาจจัดแบ่งชั้นวางของให้เหมาะสมกับชิ้นส่วนชนิดต่างๆ เฉพาะหมู่โครงเครื่องตัวถังรถเท่านั้นที่ต้องการการจัดเก็บลักษณะพิเศษ และคลังจัดเก็บต้องอยู่ในศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น

        ในการออกแบบโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย บริษัทคำนึงเสมอว่าโรงงานเหล่านี้จะถูกใช้งานเป็นการชั่วคราว เพื่อประกอบรถถังให้ครบถ้วนตามความต้องการกองทัพบก เมื่อสิ้นสุดโครงการโรงงานทั้งหมดต้องสามารถใช้งานด้านอื่นได้ จึงไม่มีการกำหนดลักษณะเฉพาะสำหรับโรงงานทุกแห่ง กองทัพบกอาจเลือกปรับปรุงโรงงานเดิมเป็นการเฉพาะกิจเพื่อประหยัดงบประมาณ

การประกอบเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนเข้ากับตัวถังรถ

        เมื่อตัวถังรถที่ได้รับการประกอบเรียบร้อยถูกส่งมาจากคลังจัดเก็บชั่วคราว การติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังและเครื่องช่วยพยุงรถจะทำพร้อมกันจำนวน 3 คัน ขั้นตอนการทำงานประกอบไปด้วย

        -วางตัวถังรถให้ได้ศูนย์กับระบบแถวแนวทำงาน

        -การเจาะ กลึง ขัดเกลา ด้วยเครื่องจักรทันสมัยจำนวน 12 จุด

        -การตัด ตบแต่ง และขัดเกลาขั้นตอนสุดท้าย

        -การตรวจสอบคุณภาพ โดยใช้เครื่องทดสอบพิเศษในการตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้เชี่ยวชาญกองทัพบกและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทจะทำงานร่วมกัน

        -หากไม่ผ่านการทดสอบจะถูกส่งกลับไปดำเนินกรรมวิธีใหม่อีกครั้ง

ขั้นตอนการเตรียมพร้อมเข้าประกอบ

        -เชื่อมฐานรองรับหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง

        -ทำการล้างขั้นตอนสุดท้ายก่อนพ่นสีตัวถังรถ

        -นำตัวถังรถเข้ามาในห้องพ่นและอบสีพิเศษ

        -หลังการพ่นสีตัวถังรถจะถูกส่งไปพ่นเคลือบสีอีกครั้ง

        -นำตัวถังรถไปล้างไขมันที่เคลือบป้องกันไม่ให้สีติดเหล็กในจุดไม่ต้องการพ่นสี

กำหนดการในการผลิต/ประกอบ

        การทำงานในโรงงานผลิต/ประกอบรวมทั้งสิ้นจำนวน 10 ขั้นตอนไล่เรียงได้ตามนี้

การประกอบขั้นตอนที่ 1

-ติดตั้งโครงเรือนหมู่เครื่องชะลอความเร็วรถหรือเบรก

-ติดตั้งแผ่นปิดส่วนท้ายของตัวถังรถ

-ติดตั้งหมู่โครงเครื่องระบบเลี้ยวรถ ซึ่งจะประกอบเข้ากับล้อรับ

-ติดตั้งระบบรับแรงสะเทือน

-ติดตั้งระบบเครื่องกลับความตึงสายพาน

-ติดตั้งหมู่โครงเครื่องล้อรับ

-ติดตั้งหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังขั้นตอนสุดท้าย พร้อมล้อกดและระบบล้อเลื่อนของโครงล้อรับ

-ควบคุมมาตรฐานและตรวจสอบก่อนปล่อยผ่านสู่ขั้นตอนต่อไป

การประกอบขั้นตอนที่ 2

-ติดตั้งท่อต่างๆ ภายในตัวรถ

-ติดตั้งระบบถ่ายเทความร้อน

-ติดตั้งระบบเครื่องจ่ายไฟ

-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายเทของเหลวละลายความร้อน

-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายเทของเหลวภายใต้ความดัน (ไฮโดรลิก)

-ติดตั้งโครงเครื่องระบายความร้อนด้วยอากาศ (พัดลม)

-ติดตั้งหมู่เครื่องสูบน้ำออกจากตัวรถหน้าและหลัง

-ติดตั้งระบบเครื่องป้องกันการรั่ว ซึม และชุดสำหรับลุยน้ำ

การประกอบขั้นตอนที่ 3

-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายกำลังขับเคลื่อน และหมู่เครื่องชะลอความเร็ว

-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายกำลังขับเคลื่อนด้วยระบบของเหลวภายใต้ความดัน

-ติดตั้งระบบถ่ายเทอากาศภายในตัวรถ

-ติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศภายในตัวรถ

-ติดตั้งระบบควบคุมการถ่ายเทอากาศ

การประกอบขั้นตอนที่ 4 ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล

การประกอบขั้นตอนที่ 5

-ติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงใบที่ 1,2 และ 3

-ติดตั้งระบบการไหลเคลื่อนของน้ำมันเชื้อเพลิง

-ติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังให้แรงอัดของเหลวภายใต้ความดัน

-ติดตั้งระบบอัดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่เครื่องยนต์ด้วยมือ

-บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง 600 ลิตรเข้าสู่ถังเพื่อทดสอบการรั่วซึม

-ติดตั้งเครื่องให้ความร้อนไอดีและเครื่องถ่ายอากาศ

การประกอบขั้นตอนที่ 6

-ประกอบกระเดื่องเครื่องเชื่อมโยงและคันบังคับของเครื่องยนต์

-ติดตั้งระบบเครื่องป้องกัน เคมี ชีวะ รังสี

-ติดตั้งหม้อกำเนิดกำลังไฟฟ้า (แบตเตอรี่)

-ติดตั้งที่นั่งสำหรับพลประจำรถ

การประกอบขั้นตอนที่ 7

-ประกอบแผงฝาผนังภายในตัวรถ

-ประกอบพื้นรถและเดือยฐานรองชนิดต่างๆ

-ติดตั้งโครงหลังคาภายในห้องปฏิบัติการ

-ติดตั้งกล้องเล็งชนิดต่างๆ

-ติดตั้งฝาผนังภายในห้องเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อน

-ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานของป้อมปืน

การประกอบขั้นตอนที่ 8

-ติดตั้งบังโคลนส่วนบนด้านหน้า

-ติดตั้งกระจกมองหลัง

-ติดตั้งตะแกรงป้องกันชิ้นส่วนภายนอกตัวถังและแตรรถ

-ติดตั้งระบบให้แสงสว่างนอกตัวถัง

-ต่อเชื่อมสายเข้ากับแผงมาตรเครื่องวัด

-ทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมด

-ทดสอบกลไกการทำงานต่างๆ ในขั้นตอนสุดท้าย

การประกอบขั้นตอนที่ 9

-ติดตั้งคันบังคับของหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง

-ติดตั้งหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง

-เติมของเหลวที่ถ่ายเทและระบายความร้อน

-ปรับแต่งคันบังคับต่างๆ

-เติมน้ำมันหล่อลื่น

-ติดตั้งโครงรับป้อมปืนเข้ากับเดือยฐานรองรับที่พื้นตัวถังรถ

-ติดตั้งป้อมปืน

-ติดตั้งไฟสัญญาณการทำงานของหีบควบคุมการทำงานต่างๆ ภายในตัวรถ

การประกอบขั้นตอนที่ 10

-ประกอบหมู่สายพาน

-ประกอบบังโคลนส่วนหลัง

-ติดตั้งฝาเปิดปิดป้อม

-ตรวจสอบความตึงของสายพาน และแรงอัดของเหลวภายใต้ความดัน

การทดสอบและควบคุมมาตรฐานขั้นตอนสุดท้าย

        ขั้นตอนนี้จะทำการตรวจสอบและทดสอบระบบการทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนชนิดต่างๆ ที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งทดสอบระบบการทำงานภายนอกตัวรถ

การทดสอบระบบถ่ายเทความร้อน

        รถถังจะติดเครื่องยนต์ขณะอยู่บนห้างรับตัวรถ โดยที่รถถังจะทำงานเหมือนกำลังเคลื่อนที่อยู่ในสถานที่เดิม เพื่อทดสอบระบบถ่ายเทความร้อน ระบบถ่ายเทอากาศภายในรถ และสถานการณ์ทำงานภายในตัวรถ การทดสอบขั้นตอนนี้จะเกิดเสียงดังจากเครื่องยนต์พอสมควร

การทดสอบภาคสนาม

        การทดสอบขั้นตอนนี้ทำโดยชุดควบคุมคุณภาพและผู้ตรวจรับรถถัง หลังทดสอบขับเคลื่อนในสนามครั้งที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนประกอบไปด้วย

การทดสอบภาคสนามครั้งที่ 1

        -ถอดหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังออกเพื่อตรวจสอบสภาพ

        -ตรวจสอบการรั่วซึมภายในห้องเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อน

        -ใส่หีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังกลับคืนที่เดิม

        -ตรวจสอบสายพานและระบบพยุงตัวรถ

        -ตรวจสอบการยึดตรึงของนอตและสกรูต่างๆ

การทดสอบภาคสนามครั้งที่ 2

        -นำรถที่ผ่านการทดสอบภาคสนามครั้งที่ 1 ออกไปทดสอบภาคสนามครั้งที่ 2 อีกครั้ง

        -ถอดหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังออกอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสภาพ

ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนส่งมอบรถให้กับหน่วยใช้งาน

        -ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากตัวรถ

        -ล้างและทำการบำรุงรักษาหลังการตรวจสอบ

        -ตกแต่งขั้นตอนสุดท้ายด้วยการพ่นสีชั้นนอกตามที่หน่วยใช้งานกำหนด

        -เคลือบแข็งทับหน้าสี

        -ขัดล้างครั้งสุดท้าย

        -ใส่เครื่องมือประจำรถและหนังสือคู่มือประจำรถ

บทสรุปปิดท้าย

รถถัง TH-301 สร้างเองในประเทศจากบริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ล สามารถแบ่งชิ้นส่วนการผลิตออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ  ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนผลิตเองในประเทศได้แก่ ตัวถังรถ ระบบพยุงตัวถัง ป้อมปืนใหญ่ และโครงสร้างทั้งหมด กับชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศได้แก่ เครื่องยนต์พร้อมเกียร์ ระบบปืน และชิ้นอื่นๆ จำนวนนิดหน่อย โครงการสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย เป็นโครงการใกล้เคียงกับการยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองมากที่สุด เสียดายกองทัพบกในตอนนั้นตัดสินใจไม่ดำเนินการ รถถังเมดอินไทยแลนด์ จึงค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของทุกคน บทความนี้ผู้เขียนตั้งใจรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จับเก็บเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์กองทัพบกไทย

อ้างอิงจาก

นิตยสารสมรภูมิฉบับที่ 295 วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2529

https://pantip.com/topic/30028943

https://forum.warthunder.com/t/th-301-a4/71855/16

https://x.com/ronkainen7k15/status/2014686771037274413

https://tanks-encyclopedia.com/coldwar-germany-th-301/

https://pantip.com/topic/41723540

       

 

       

       

 

 

 

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น