รถถังเยอรมันตะวันตก
ระหว่างปี
2529
กองทัพบกไทยมีแผนการปรับปรุงรถถัง M41 อายุ 30
ปีจำนวน 290 คันมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมทั้งต้องการจัดหารถถังหลักจำนวน 1
กองพันกับรถถังเบาจำนวน 2 กองพัน ปริมาณรถถังและยานสนับสนุนคาดว่าประมาณ 200 คัน
มูลค่ารวมประมาณ 9,000 ล้านบาท รวมโครงการปรับปรุงรถถัง M41 เข้าไปด้วยตัวเลขเท่ากับ 14,000 ล้านบาท หรือ 451
ล้านเหรียญถือว่าค่อนข้างสูงจนน่าประหลาดใจ
บริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ล (THYSSEN HHENSCHEL) จากประเทศเยอรมันตะวันตกเล็งเห็นว่า
เงินก้อนนี้สามารถตั้งโรงงานผลิต/ประกอบรถถังขึ้นมาในประเทศ
และจัดหารถถังหลักรุ่นใหม่ทันสมัยได้ไม่ต่ำกว่า 360 คัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพทางทหารแข็งแกร่งกว่าเดิม
ลดปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงกับการจัดหาอะไหล่ ช่วยให้วิศวกรกับนายช่างทั้งจากกองทัพและเอกชนมีงานทำเพิ่มขึ้น
มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น มีความรู้ความชำนาญด้านการผลิต/ประกอบรถถังรุ่นใหม่
รวมทั้งมีเม็ดเงินก้อนโตหมุนเวียนภายในประเทศ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศและพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคน
ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงบริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ลจึงตัดสินใจนำเสนอรถถังหลัก TH301
ต่อกองทัพบกไทย ก่อนอื่นผู้เขียนขอชี้แจงให้ชัดเจนก่อนนะครับว่า
รถถังรุ่นนี้ผู้ผลิตกำหนดให้เป็นรถถังขนาดกลางหรือ Medium Battle Tank เพราะมีน้ำหนักตัวพร้อมรบประมาณ 31 ตันเท่านั้น
แต่ในประเทศไทยกลับถูกเรียกขานว่ารถถังหลัก
จะด้วยสื่อมวลชนเข้าใจผิดหรือบริษัทผู้ผลิตกำหนดขึ้นใหม่ก็ตาม ทว่าในตลาดโลก TH301 คือรถถังขนาดกลางเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศในทวีปเอเชีย
ก่อนหน้านี้บริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ลเคยพัฒนารถถัง TH300 ขึ้นมาในปี 1976
โดยนำรถหุ้มเกราะสายพาน Marder
มาปรับปรุงใหม่ทั้งคัน ปีถัดมา TH300
ถูกพัฒนาเป็นรถถังขนาดกลาง TAM สำหรับกองทัพบกอาเจนตินา
จากนั้นจึงนำ TH300 มาต่อยอดเป็นรถถังรุ่นส่งออก TH-301/105 ติดปืนใหญ่ขนาด 105 มม.กับ TH-301/120 ติดปืนใหญ่ขนาด 120 มม. ซึ่ง TH-301/105 หรือ TH-301 คันนี้แหละคือพระเอกของบทความ เวลาต่อมาบริษัทยังพัฒนา TH-301/A4 เพิ่มเติมในภายหลัง
ภาพประกอบที่หนึ่งต้นแบบรถถังขนาดกลาง
TH-301/A4 ซึ่งนำประสบการณ์จากการทดสอบในประเทศไทย มาปรับปรุงเพิ่มเติมให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมยกตัวอย่างเช่น
-เปลี่ยนเครื่องยนต์
MTU
MB 833 KA-500 (750 แรงม้า
DIN ที่ 2400 รอบต่อนาที)
เป็นเครื่องยนต์ MTU MB 833 KA-501 (800
แรงม้า DIN ที่ 2400 รอบต่อนาที)
-น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นจาก
31 ตันเป็น 31.6 ตัน
-อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก
24
แรงม้า/ตัน เป็น 25.3 แรงม้า/ตัน
TH-301/A4 เปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงอาวุธ DSA
1988 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักตัวเพียง 31.6 ตัน
จึงสามารถขนส่งโดยรถไฟได้อย่างสะดวกสบาย บริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ลเล็งเป้าหมายมาที่กองทัพบกมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า กัมพูชา
รวมทั้งกองทัพบกไทย
ซึ่งมีการเผยแพร่แผนการสร้างโรงงานในประเทศต่อสื่อมวลชนในประเทศ
รถถังเมดอินไทยแลนด์
ทำความรู้จักรถถังขนาดกลางจากเยอรมันตะวันตกในระดับหนึ่งแล้ว
ผู้เขียนขอพาผู้อ่านทุกคนย้อนกลับคืนสู่โครงการจัดหารถถังในประเทศไทยอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลส่งคนมาสำรวจเป็นเวลามากกว่า 2
ปี พวกเขาพบว่าประเทศไทยมีองค์ประกอบพร้อมสร้างรถถังได้ด้วยตัวเอง เหตุผลก็คือโรงงานในประเทศสามารถผลิตชิ้นส่วนรถถังได้ประมาณ
40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนวิศวกรชาวไทยสามารถประกอบรถถังได้ทั้งคันหรือ
100 เปอร์เซ็นต์ บริษัทเองก็มีความพร้อมเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ รวมทั้งส่งมอบพิมพ์เขียวแบบรถถังให้
ชิ้นส่วนไหนที่ผลิตเกินความต้องการบริษัทยินดีซื้อต่อทั้งหมด
ผลพลอยได้ที่ตามมาจากโครงการระยะยาว
ประเทศไทยสามารถผลิต TH-301 เพื่อขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน
อาทิเช่นมาเลเซียซึ่งหมายตารถถังรุ่นนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว
นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดพัฒนารถหุ้มเกราะสายพานลำเลียงพล
รถหุ้มเกราะสายพานติดอาวุธปล่อยนำวิถี รวมทั้งรถหุ้มเกราะสายพานตรวจการณ์ติดตั้งเรดาร์ขึ้นมาใช้งาน
ช่วยให้ประเทศไทยสามารถยืนบนลำแข้งเองได้อย่างยั่งยืนยาวนาน
โรงงานผลิต/ประกอบรถถังใช้เจ้าหน้าที่และคนงานประมาณ 115 นาย
การเปิดสายการผลิตยิ่งสร้างรถถังมากขึ้นเท่าไร ราคาต่อคันยิ่งลดต่ำลงมากขึ้นตามกัน
กองทัพบกสามารถจัดหารถถัง TH-301 จำนวนมากเข้าประจำการ “อัศวินแห่งสนามรบ” รุ่นส่งออกจากเยอรมันตะวันตกคันนี้
จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวกระโดดกลายเป็นผู้ผลิตรถถังรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับการผลิต/ประกอบรถถังในช่วงเริ่มต้นโครงการ บริษัทแนะนำว่าควรผลิตรถถังต้นแบบจำนวน 3
ถึง 5 คัน เพื่อส่งให้ศูนย์การทหารม้านำไปทดสอบประสิทธิภาพ
จากนั้นจึงนำข้อบกพร่องทั้งหมดมาปรับปรุงให้เหมาะสม
ก่อนผลิตรถถังจำนวนมากเข้าประจำการในเวลาต่อมา
การเตรียมความพร้อม
เมื่อกองทัพบกตกลงใจคัดเลือกโครงการ
TH-301 บริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ลแนะนำว่ากองทัพบกควรจัดคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของบริษัทเพื่อกำหนดแผนงานร่วมกัน
ถ้ากองทัพบกต้องการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบรถถังเพื่อความเหมาะสม
ก็สามารถกำหนดได้เองตามความต้องการ เมื่อได้คุณลักษณะรถถังตามที่ทหารม้าไทยต้องการ
ขั้นตอนไปคือตรวจสอบการผลิตชิ้นส่วนจากบริษัทเอกชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ
เพื่อคำนวณปริมาณและคุณภาพชิ้นส่วนผลิตได้ในประเทศ ไม่ต้องนำเข้าจากเยอรมันตะวันตกช่วยลดต้นทุนการผลิตไปพร้อมกัน
การสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย เพื่อประหยัดงบประมาณกองทัพบกสามารถเลือกใช้อาคารสร้างเสร็จแล้ว
อาทิเช่นโรงงานซ่อมสร้างที่นครราชสีมาหรือปทุมธานี นำมาปรับปรุงให้เหมาะสมต่อสายการผลิตรถถัง
โรงงานอื่นของหน่วยราชการยังสามารถช่วยผลิตชิ้นส่วนต่างๆ
อาทิเช่นส่วนเชื่อมเหล็กตัวถัง หรือส่วนกลึงและตัดเหล็ก จากนั้นจึงส่งที่ศูนย์ประกอบตัวรถแบบเต็มคันในภายหลัง
ระบบแยกผลิต/ประกอบจะช่วยลดต้นทุนในการสร้างรถถัง
สำหรับชิ้นส่วนที่ต้องผลิตและนำเข้าจากต่างประเทศ
บริษัทตั้งใจจัดส่งด้วยตัวเองอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว
การผลิต/ประกอบรถถัง TH-301
บริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ลมีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์
เรื่องการออกแบบรถถังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2517 ถึง 2521 คือช่วงเวลาที่บริษัทศึกษาและพัฒนารถถัง
TH-301 ขึ้นมา รองรับการใช้งานสงครามรุ่นใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต
เน้นมาที่การรบระยะประชิดและความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ อันเป็นปัจจัยหลักในการรบยุคใหม่ซึ่งใช้ความเร็วเป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ
มีการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ให้พลังขับเคลื่อนอย่างมหาศาล
จนรถสามารถทำความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนน และมากถึง
50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ภูมิประเทศ
รถถัง
TH-301 ติดตั้งระบบควบคุมการยิงทันสมัยที่สุดในโลก
ถูกออกแบบตามแนวคิดกองทัพบกเยอรมันตะวันตก ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ
ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศ
การส่งกำลังบำรุงและอะไหล่สามารถใช้งานร่วมกับรถหุ้มเกราะสายพานตระกูล Marder จึงช่วยประหยัดงบประมาณ ลดความยุ่งยากวุ่นวาย และถือเป็นจุดเด่นสำคัญเหนือคู่แข่งอีกหนึ่งเรื่อง
โรงงานผลิต/ประกอบรถถังสามารถแยกออกเป็นโรงงานผลิตย่อยประกอบไปด้วย
โรงงานเชื่อมเหล็ก
เป็นโรงงานย่อยที่มีความสำคัญค่อนข้างมาก
เพราะต้องนำแผ่นเหล็กชนิดพิเศษมาทำการตัดเชื่อมต่อให้กลายเป็นตัวถัง
การดำเนินกรรมวิธีในการปะแผ่นเหล็กผสมชนิดพิเศษและเชื่อมเป็นตัวถัง
ต้องมีเครื่องมือประจำโรงงานตรงตามพิมพ์เขียวที่บริษัทตั้งใจมอบให้
รวมทั้งต้องมีเตาเผาขนาดใหญ่ติดตั้งภายในโรงงาน ทำหน้าที่ชุบเหล็กให้แข็งแกร่งตรงตามมาตรฐานของบริษัท
โรงประกอบเครื่องกำเนิดกำลังและโรงประกอบรถถัง
เป็นโรงงานย่อยที่มีความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่ง
เพราะต้องนำชิ้นส่วนทั้งหมดซึ่งแยกกันผลิตจากหลายโรงงานย่อย
มาประกอบเป็นรถถังเต็มคันให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการ
แล้วใส่เครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนที่ต้องนำเข้าในขั้นตอนสุดท้าย
ฉะนั้นปริมาณเครื่องกำเนิดกำลังจะแปรผันกับปริมาณการผลิตรถถัง ไม่มีการกักตุนล่วงหน้าป้องกันปัญหาต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่ตั้งใจ
ศูนย์หรือโรงงานซึ่งมีหน้าที่ประกอบระบบขับเคลื่อนเข้ากับตัวรถ
รวมทั้งประกอบเครื่องช่วยพยุงรถเพิ่มเติมเข้ามา
สมควรดำเนินการเป็นเอกเทศโดยใช้ระบบรวมการ
โดยมีกองทัพบกไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
สามารถแจกจ่ายการผลิตชิ้นส่วนย่อยให้บริษัทเอกชนหรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนของราชการ
ช่วยกันผลิตชิ้นส่วนรถถังตรงตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า
ชิ้นส่วนที่สามารถแยกผลิตได้ในประเทศไทยประกอบไปด้วย
ชิ้นส่วนของสายพาน ชิ้นส่วนของเครื่องเปลี่ยนกำลัง ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าในตัวรถ
ถังบรรจุเชื้อเพลิง เบาะนั่งและเครื่องอำนวยความสะดวกพลประจำรถ
เครื่องกลไกกระเดื่องเชื่อมโยงต่างๆ ส่วนประกอบย่อยภายนอกของหีบเฟืองเปลี่ยนกำลัง
ส่วนประกอบในห้องปฏิบัติการ ส่วนประกอบเกี่ยวกับเครื่องเล็ง
กลไกในป้อมปืนและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ อาทิเช่น ไฟหน้า ไฟท้าย แตร
รวมทั้งเครื่องมือช่างสนามประจำรถ
ส่วนประกอบเหล่านี้ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง
ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศจึงช่วยประหยัดงบประมาณ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มงานให้กับคนในประเทศ
ตรงตามความต้องการรัฐบาลเรื่องการสร้างงานสร้างรายได้กระจายในวงกว้าง
มีชิ้นส่วนบางประเภทซึ่งทางบริษัทไม่แน่ใจว่า
หากผลิตขึ้นเองในประเทศจะประหยัดและเป็นผลดีในเชิงพาณิชย์หรือไม่
ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสียก่อนถึงสามารถให้คำตอบชัดเจน ชิ้นส่วนสำคัญเหล่านี้ประกอบไปด้วย
ระบบท่อไอเสีย ระบบถ่ายเทความร้อน และระบบปรับอากาศภายในรถ ชิ้นส่วนที่จะผลิตในประเทศและประกอบเข้าเป็นระบบทั้งสาม
ต้องผลิตจากโรงงานขนาดใหญ่ตรงตามตามมาตรฐานจริงๆ
ไม่เช่นนั้นอาจประสบปัญหาระหว่างใช้งานส่งผลต่อความพร้อมรบของรถถัง
ผังโครงการส่วนเชื่อมเหล็ก
เรื่องสำคัญในการสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถัง TH-301 คือการสร้างตัวถังรถด้วยตัวเองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและยากที่สุด
การวางแผนและกำหนดผังโครงการสำหรับประกอบตัวถังส่วนนี้
จะเกิดได้โดยนำความรู้ความสามารถบวกประสบการณ์ยาวนานของบริษัท
มาถ่ายทอดให้กับวิศวกรและนายช่างกองทัพบกไทยอย่างครบถ้วน ผลผลิตที่ได้รับน่าจะมีมาตรฐานใกล้เคียงการสร้างในเยอรมันตะวันตก
โดยมีต้นทุนต่ำกว่าเนื่องจากค่าแรงในเยอรมันตะวันตกสูงกว่าพอสมควร
แผนการผลิต/ประกอบรถถังในประเทศ
บริษัททิสเซ่น
เฮนเซิ่ลได้จัดเตรียมแผนการล่วงหน้าในกรณีได้รับการคัดเลือกไว้ดังนี้
-สมมุติฐานการผลิตตัวถังสำหรับรถถัง TH-301
ในอัตราการผลิตเดือนละ 20 คัน
-สมมุติฐานการผลิตป้อมปืนสำหรับรถถัง TH-301
ในอัตราการผลิตเดือนละ 20 คันเช่นกัน
-การประกอบระบบขับเคลื่อนและระบบพยุงตัวรถ
ให้สามารถผลิตได้ในอัตราเดียวกับตัวรถ
จากสมมุติฐานดังกล่าวกองทัพบกไทยและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
มีโรงงานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมสร้างยานพาหนะอยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ในการผลิต/ประกอบรถถังได้ทันทีประกอบไปด้วย
-รถยกหรือเครน
-สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา แก๊สสำหรับเชื่อม
และเครื่องอัดลม
-ห้องทำงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารโครงการ
-ที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่
-สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์
-ห้องทำงานสถาปนิกประจำโครงการ
การผลิต/ประกอบรถถังในอัตราเฉลี่ยเดือนละ 20 คัน
คาดว่าใช้คนงานไทยเข้าร่วมการทำงานประกอบไปด้วย
-ช่างฝีมือ 240 คน
-ลูกจ้าง 160 คน
-วิศวกร สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญการควบคุมมาตรฐานจำนวนหนึ่ง
กำหนดการในการผลิตและประกอบ
กำหนดการผลิตแบ่งออกเป็น 2
ขั้นตอนด้วยกัน ขั้นตอนที่ 1
อัตราการผลิตไม่เกิน 10 คันต่อเดือน และขั้นตอนที่ 2 อัตราการผลิตไม่เกิน 20 คันต่อเดือน
กำหนดการดังกล่าวบริษัทใช้เป็นสมมุติฐานและขอบเขตในการออกแบบสร้างโรงงานหลัก
โดยที่ชิ้นส่วนย่อยต่างๆ จะถูกประกอบเป็นโครงเครื่องเรียบร้อยแล้วจากโรงงานย่อย
ด้วยเหตุนี้โรงงานหลักจำเป็นต้องมีโกดังจัดเก็บโครงเครื่องอย่างเป็นระเบียบ
และถือเป็นส่วนสำคัญไม่เช่นนั้นไลน์การผลิตอาจประสบปัญหาเรื่องความล่าช้า
โรงงานย่อยเพื่อผลิตชิ้นส่วนและประกอบเป็นโครงเครื่องหลัก
ซึ่งสามารถดำเนินการได้เองในประเทศไทยแบ่งออกเป็นหมู่งานดังนี้
1.หมู่โครงเครื่องไฟฟ้า
ประกอบไปด้วย แผงหน้าปัด ชุดสายไฟ สวิตช์ไฟ และอื่นๆ
2.หมู่โครงเครื่องที่นั่งพลประจำรถ
ประกอบไปด้วย ที่นั่งและเบาะพลประจำรถ เครื่องกันกระแทกภายในตัวรถ และอื่นๆ
3.หมู่โครงเครื่องเหล็กชิ้นส่วนย่อย
ประกอบไปด้วย ท่อไอเสีย ท่อต่างๆ เครื่องมือประจำรถ และอื่นๆ
4.หมู่โครงเครื่องตัวถังรถ
ประกอบไปด้วย แชสซีรถ และอื่นๆ
5.หมู่โครงเครื่องระบบระบายความร้อน
ประกอบไปด้วย ท่อน้ำ ท่อเครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ
6.หมู่โครงเครื่องอาวุธตัวถัง
ทุกโรงงานย่อยซึ่งมีหน้าที่ผลิตหมู่โครงเครื่องหลักแต่ละรุ่น
จะต้องมีแผนกพ่นสีเคลือบกันสนิมส่วนประกอบซึ่งทำงานโลหะทุกชิ้น
โรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก
โรงเรีอนซึ่งจะใช้เป็นโรงงานผลิต/ประกอบรถถัง TH-301
หรือเรียกว่าศูนย์ประกอบรถถังและยานเกราะ
จะใช้พื้นที่มีหลังคาป้องกันแดดแฝนรวมทั้งหมดประมาณ 250,000 ตารางเมตร
เฉพาะโรงงานผลิต/ประกอบรถถังใช้พื้นที่ทำงานรวมกันประมาณ 11,150
ตารางเมตร ต้องการถนนรอบโรงงานรองรับน้ำหนักรถถังได้ประมาณ 38,600
ตารางเมตร ส่วนถนนเชื่อมโยงส่วนอื่นสำหรับรถยนต์ธรรมดา
สามารถใช้งานถนนตามมาตรฐานประเทศไทยได้ตามปรกติ
โรงเรือนตามโครงการต้องเป็นโรงงานอเนกประสงค์มีความทันสมัย
มีเครื่องมือหนักทางอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วนรวมทั้งเครนขนาด 30
ตัน ซึ่งจะเป็นทั้งสถานที่ผลิต ประกอบ
และจัดเก็บรถถังอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ภายในโรงงาน
เมื่อการผลิตและประกอบรถถังเสร็จครบถ้วนตามแผนการ
โรงเรือนตามโครงการจะถูกใช้เป็นโรงงานซ่อมสร้างสำหรับรถถังยานเกราะกองทัพบกไทย
โรงเรือนสำหรับใช้เป็นจุดทำงานทั่วไป
โรงเรือนหลังนี้จะถูกใช้เป็นโรงงานประกอบเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนรถถัง
พ่นสี และประกอบเครื่องช่วยพยุงรถถัง หมู่โครงเครื่องหลักซึ่งประกอบเสร็จเรียบร้อยจากโรงงานย่อย
จะถูกส่งมาที่นี่เพื่อประกอบขั้นตอนสุดท้าย ประกอบไปด้วย หมู่โครงเครื่องสายพาน
หมู่หีบเฟืองเครื่องกำลัง หมู่เครื่องกำเนิดกำลัง (นำเข้าจากต่างประเทศ)
หมู่โครงเครื่องป้อมปืนประกอบจากโรงงานย่อย ระบบปืน (นำเข้าจากต่างประเทศ)
หมู่โครงเครื่องทั้งหมดจะถูกจัดเก็บอยู่ในโรงงานดังกล่าว
โดยมีหน่วยงานควบคุมมาตรฐานหมู่โครงเครื่องหลักทุกชิ้นทำหน้าที่ดูแล
ขนาดของโรงงานต้องมีความยาว 222
เมตร กว้าง 25 เมตร ระยะห่างระหว่างเสา 6
เมตร มีพื้นที่ทำงานภายในรวมทั้งสิ้น 5,550 ตารางเมตร
ติดตั้งเครนขนาด 30 ตันจำนวน 1 ตัว
ติดตั้งเครนขนาด 20 ตันอีก 2 ตัว
เครนทุกตัวสามารถยกได้สูง 7.2 เมตรเป็นอย่างต่ำ
ส่วนทดสอบมาตรฐานกว้าง 8 เมตร กว้าง 9 เมตร
มีพื้นที่ทำงาน 72 ตารางเมตร ส่วนล้างทำความสะอาดกว้าง 7
เมตร ยาว 14 เมตร พื้นที่ทำงาน 98 เมตร ส่วนพ่นสีกว้าง 5 เมตร ยาว 24 เมตร พื้นที่ทำงาน 120 ตารางเมตร
ชิ้นส่วนที่สามารถแยกผลิตได้ในประเทศไทยประกอบไปด้วย
ชิ้นส่วนของสายพาน ชิ้นส่วนของเครื่องเปลี่ยนกำลัง ชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าในตัวรถ
ถังบรรจุเชื้อเพลิง เบาะนั่งและเครื่องอำนวยความสะดวกพลประจำรถ
เครื่องกลไกกระเดื่องเชื่อมโยงต่างๆ ส่วนประกอบย่อยภายนอกของหีบเฟืองเปลี่ยนกำลัง
ส่วนประกอบในห้องปฏิบัติการ ส่วนประกอบเกี่ยวกับเครื่องเล็ง
กลไกในป้อมปืนและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ อาทิเช่น ไฟหน้า ไฟท้าย แตร
รวมทั้งเครื่องมือช่างสนามประจำรถ
จุดทำงานทั่วไปเปรียบเสมือนศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้าย
และเป็นสถานที่จัดเก็บรถถังกับเครื่องประกอบหลัก มีการติดตั้งรางเลื่อนยาวประมาณ 24
เมตร รองรับการขนถ่ายชิ้นส่วนน้ำหนักมากเข้าสู่โรงงาน
มีการสร้างจุดตรวจสอบใต้ท้องรถถังความยาวประมาณ 40 เมตร
จุดทำงานจะมีความกว้าง 25 เมตร ยาว 168 เมตร ระยะห่างระหว่างเสา 6 เมตร พื้นที่ทำงาน 4,200
ตารางเมตร ติดตั้งเครนขนาด 20 ตันจำนวน 2
ตัว เครนทุกตัวสามารถยกได้สูง 7.2 เมตรเป็นอย่างต่ำ
โรงงานในสถานที่ทดสอบรถถัง
เมื่อรถถังได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์
จะมีการนำรถถังไปวิ่งทดสอบจำนวน 1 ครั้ง
แล้วนำเข้ามาปรับปรุงข้อบกพร่องในโรงงานในสถานที่ทดสอบรถถัง
นำรถถังออกไปทดสอบรอบที่ 2 ก่อนนำกลับมาปรับปรุงในโรงงานอีกครั้ง
ในโรงงานจะมีเครื่องมือตรวจสอบและควบคุมมาตรฐาน ฝาผนังทำด้วยวัสดุเก็บเสียง
ติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ มีรถเครนขนาด 10 ตันไว้ให้บริการ ตัวโรงงานมีความกว้าง 16 เมตร ยาว 21
เมตร
จุดจัดเก็บตัวถังรถ
เมื่อตัวถังรถได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์
จะถูกส่งต่อมาที่จุดจัดเก็บตัวถังรถเป็นการชั่วคราว
ก่อนเข้ารับการติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนและเครื่องช่วยพยุงตัวรถ จุดจัดเก็บตัวถังควรเป็นโรงเรือนแบบ
2
ชั้น และมีเครื่องยกขนาด 20 ตันติดตั้งบนขื่อหลังคา
ขนาดโรงเรือนกว้าง 25 เมตร ยาว 30 เมตร
ลักษณะคล้ายคลึงจุดจัดเก็บตัวถังรถในประเทศเยอรมันตะวันตก
สนามทดสอบรถถัง
สนามทดสอบรถถังใช้ทดสอบรถถังที่ได้รับการประกอบจนเสร็จสมบูรณ์
ส่วนประกอบของสนามทดสอบแบ่งได้ดังนี้
-บ่อทดสอบการลุยข้ามน้ำ
(ปรับระดับความลึกได้)
-เนินทดสอบการไต่
-เนินลาดเอียง
15 องศา ใช้ในการทดสอบระบบอาวุธและระบบเชื้อเพลิง
-ทางขรุขระสำหรับทดสอบประสิทธิภาพรถ
-ทางโค้งสำหรับทดสอบระบบบังคับเลี้ยว
พื้นที่ทดสอบมีความกว้างเท่ากับ 2
เท่าของเส้นทางเดินรถ ส่วนเส้นทางเดินรถมีความยาวประมาณ 300 เมตร ส่วนโค้งของเส้นทางรัศมีเท่ากับ 100 เมตร
และรัศมีเท่ากับ 65 เมตรเมื่อวัดตรงกลางเส้นทางเดินรถ
โดยมีพื้นที่ขนย้ายรถขนาดใหญ่เพิ่มเติมเข้ามา
เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนย้ายรถถังขึ้น/ลงจากยานพาหนะที่ใช้บรรทุกรถถัง
คลัง
คลังหลักและคลังย่อยมีหน้าที่จัดเก็บชิ้นส่วนเป็นการชั่วคราว
จะมีอยู่ในโรงงานผลิตหมู่โครงเครื่องหลักและศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้าย
เป็นคลังจัดเก็บทั่วไปไม่มีการดัดแปลงพิเศษ
แต่อาจจัดแบ่งชั้นวางของให้เหมาะสมกับชิ้นส่วนชนิดต่างๆ
เฉพาะหมู่โครงเครื่องตัวถังรถเท่านั้นที่ต้องการการจัดเก็บลักษณะพิเศษ
และคลังจัดเก็บต้องอยู่ในศูนย์ประกอบขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น
ในการออกแบบโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย บริษัทคำนึงเสมอว่าโรงงานเหล่านี้จะถูกใช้งานเป็นการชั่วคราว
เพื่อประกอบรถถังให้ครบถ้วนตามความต้องการกองทัพบก
เมื่อสิ้นสุดโครงการโรงงานทั้งหมดต้องสามารถใช้งานด้านอื่นได้
จึงไม่มีการกำหนดลักษณะเฉพาะสำหรับโรงงานทุกแห่ง
กองทัพบกอาจเลือกปรับปรุงโรงงานเดิมเป็นการเฉพาะกิจเพื่อประหยัดงบประมาณ
การประกอบเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อนเข้ากับตัวถังรถ
เมื่อตัวถังรถที่ได้รับการประกอบเรียบร้อยถูกส่งมาจากคลังจัดเก็บชั่วคราว
การติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังและเครื่องช่วยพยุงรถจะทำพร้อมกันจำนวน 3
คัน ขั้นตอนการทำงานประกอบไปด้วย
-วางตัวถังรถให้ได้ศูนย์กับระบบแถวแนวทำงาน
-การเจาะ
กลึง ขัดเกลา ด้วยเครื่องจักรทันสมัยจำนวน 12 จุด
-การตัด
ตบแต่ง และขัดเกลาขั้นตอนสุดท้าย
-การตรวจสอบคุณภาพ
โดยใช้เครื่องทดสอบพิเศษในการตรวจสอบอย่างละเอียด
ผู้เชี่ยวชาญกองทัพบกและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทจะทำงานร่วมกัน
-หากไม่ผ่านการทดสอบจะถูกส่งกลับไปดำเนินกรรมวิธีใหม่อีกครั้ง
ขั้นตอนการเตรียมพร้อมเข้าประกอบ
-เชื่อมฐานรองรับหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง
-ทำการล้างขั้นตอนสุดท้ายก่อนพ่นสีตัวถังรถ
-นำตัวถังรถเข้ามาในห้องพ่นและอบสีพิเศษ
-หลังการพ่นสีตัวถังรถจะถูกส่งไปพ่นเคลือบสีอีกครั้ง
-นำตัวถังรถไปล้างไขมันที่เคลือบป้องกันไม่ให้สีติดเหล็กในจุดไม่ต้องการพ่นสี
กำหนดการในการผลิต/ประกอบ
การทำงานในโรงงานผลิต/ประกอบรวมทั้งสิ้นจำนวน 10 ขั้นตอนไล่เรียงได้ตามนี้
การประกอบขั้นตอนที่
1
-ติดตั้งโครงเรือนหมู่เครื่องชะลอความเร็วรถหรือเบรก
-ติดตั้งแผ่นปิดส่วนท้ายของตัวถังรถ
-ติดตั้งหมู่โครงเครื่องระบบเลี้ยวรถ ซึ่งจะประกอบเข้ากับล้อรับ
-ติดตั้งระบบรับแรงสะเทือน
-ติดตั้งระบบเครื่องกลับความตึงสายพาน
-ติดตั้งหมู่โครงเครื่องล้อรับ
-ติดตั้งหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังขั้นตอนสุดท้าย
พร้อมล้อกดและระบบล้อเลื่อนของโครงล้อรับ
-ควบคุมมาตรฐานและตรวจสอบก่อนปล่อยผ่านสู่ขั้นตอนต่อไป
การประกอบขั้นตอนที่
2
-ติดตั้งท่อต่างๆ ภายในตัวรถ
-ติดตั้งระบบถ่ายเทความร้อน
-ติดตั้งระบบเครื่องจ่ายไฟ
-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายเทของเหลวละลายความร้อน
-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายเทของเหลวภายใต้ความดัน (ไฮโดรลิก)
-ติดตั้งโครงเครื่องระบายความร้อนด้วยอากาศ (พัดลม)
-ติดตั้งหมู่เครื่องสูบน้ำออกจากตัวรถหน้าและหลัง
-ติดตั้งระบบเครื่องป้องกันการรั่ว ซึม และชุดสำหรับลุยน้ำ
การประกอบขั้นตอนที่
3
-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายกำลังขับเคลื่อน และหมู่เครื่องชะลอความเร็ว
-ติดตั้งหมู่เครื่องถ่ายกำลังขับเคลื่อนด้วยระบบของเหลวภายใต้ความดัน
-ติดตั้งระบบถ่ายเทอากาศภายในตัวรถ
-ติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศภายในตัวรถ
-ติดตั้งระบบควบคุมการถ่ายเทอากาศ
การประกอบขั้นตอนที่
4
ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล
การประกอบขั้นตอนที่
5
-ติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงใบที่ 1,2 และ 3
-ติดตั้งระบบการไหลเคลื่อนของน้ำมันเชื้อเพลิง
-ติดตั้งเครื่องกำเนิดกำลังให้แรงอัดของเหลวภายใต้ความดัน
-ติดตั้งระบบอัดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่เครื่องยนต์ด้วยมือ
-บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง 600 ลิตรเข้าสู่ถังเพื่อทดสอบการรั่วซึม
-ติดตั้งเครื่องให้ความร้อนไอดีและเครื่องถ่ายอากาศ
การประกอบขั้นตอนที่
6
-ประกอบกระเดื่องเครื่องเชื่อมโยงและคันบังคับของเครื่องยนต์
-ติดตั้งระบบเครื่องป้องกัน เคมี ชีวะ รังสี
-ติดตั้งหม้อกำเนิดกำลังไฟฟ้า (แบตเตอรี่)
-ติดตั้งที่นั่งสำหรับพลประจำรถ
การประกอบขั้นตอนที่
7
-ประกอบแผงฝาผนังภายในตัวรถ
-ประกอบพื้นรถและเดือยฐานรองชนิดต่างๆ
-ติดตั้งโครงหลังคาภายในห้องปฏิบัติการ
-ติดตั้งกล้องเล็งชนิดต่างๆ
-ติดตั้งฝาผนังภายในห้องเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อน
-ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานของป้อมปืน
การประกอบขั้นตอนที่
8
-ติดตั้งบังโคลนส่วนบนด้านหน้า
-ติดตั้งกระจกมองหลัง
-ติดตั้งตะแกรงป้องกันชิ้นส่วนภายนอกตัวถังและแตรรถ
-ติดตั้งระบบให้แสงสว่างนอกตัวถัง
-ต่อเชื่อมสายเข้ากับแผงมาตรเครื่องวัด
-ทดสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมด
-ทดสอบกลไกการทำงานต่างๆ ในขั้นตอนสุดท้าย
การประกอบขั้นตอนที่
9
-ติดตั้งคันบังคับของหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง
-ติดตั้งหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลัง
-เติมของเหลวที่ถ่ายเทและระบายความร้อน
-ปรับแต่งคันบังคับต่างๆ
-เติมน้ำมันหล่อลื่น
-ติดตั้งโครงรับป้อมปืนเข้ากับเดือยฐานรองรับที่พื้นตัวถังรถ
-ติดตั้งป้อมปืน
-ติดตั้งไฟสัญญาณการทำงานของหีบควบคุมการทำงานต่างๆ ภายในตัวรถ
การประกอบขั้นตอนที่
10
-ประกอบหมู่สายพาน
-ประกอบบังโคลนส่วนหลัง
-ติดตั้งฝาเปิดปิดป้อม
-ตรวจสอบความตึงของสายพาน และแรงอัดของเหลวภายใต้ความดัน
การทดสอบและควบคุมมาตรฐานขั้นตอนสุดท้าย
ขั้นตอนนี้จะทำการตรวจสอบและทดสอบระบบการทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนชนิดต่างๆ
ที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งทดสอบระบบการทำงานภายนอกตัวรถ
การทดสอบระบบถ่ายเทความร้อน
รถถังจะติดเครื่องยนต์ขณะอยู่บนห้างรับตัวรถ
โดยที่รถถังจะทำงานเหมือนกำลังเคลื่อนที่อยู่ในสถานที่เดิม
เพื่อทดสอบระบบถ่ายเทความร้อน ระบบถ่ายเทอากาศภายในรถ และสถานการณ์ทำงานภายในตัวรถ
การทดสอบขั้นตอนนี้จะเกิดเสียงดังจากเครื่องยนต์พอสมควร
การทดสอบภาคสนาม
การทดสอบขั้นตอนนี้ทำโดยชุดควบคุมคุณภาพและผู้ตรวจรับรถถัง
หลังทดสอบขับเคลื่อนในสนามครั้งที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนสุดท้ายแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนประกอบไปด้วย
การทดสอบภาคสนามครั้งที่
1
-ถอดหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังออกเพื่อตรวจสอบสภาพ
-ตรวจสอบการรั่วซึมภายในห้องเครื่องกำเนิดกำลังขับเคลื่อน
-ใส่หีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังกลับคืนที่เดิม
-ตรวจสอบสายพานและระบบพยุงตัวรถ
-ตรวจสอบการยึดตรึงของนอตและสกรูต่างๆ
การทดสอบภาคสนามครั้งที่
2
-นำรถที่ผ่านการทดสอบภาคสนามครั้งที่
1 ออกไปทดสอบภาคสนามครั้งที่ 2
อีกครั้ง
-ถอดหีบเฟืองเครื่องเปลี่ยนกำลังออกอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสภาพ
ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนส่งมอบรถให้กับหน่วยใช้งาน
-ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากตัวรถ
-ล้างและทำการบำรุงรักษาหลังการตรวจสอบ
-ตกแต่งขั้นตอนสุดท้ายด้วยการพ่นสีชั้นนอกตามที่หน่วยใช้งานกำหนด
-เคลือบแข็งทับหน้าสี
-ขัดล้างครั้งสุดท้าย
-ใส่เครื่องมือประจำรถและหนังสือคู่มือประจำรถ
บทสรุปปิดท้าย
รถถัง
TH-301
สร้างเองในประเทศจากบริษัททิสเซ่น เฮนเซิ่ล
สามารถแบ่งชิ้นส่วนการผลิตออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนผลิตเองในประเทศได้แก่
ตัวถังรถ ระบบพยุงตัวถัง ป้อมปืนใหญ่ และโครงสร้างทั้งหมด
กับชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศได้แก่ เครื่องยนต์พร้อมเกียร์ ระบบปืน
และชิ้นอื่นๆ จำนวนนิดหน่อย โครงการสร้างโรงงานผลิต/ประกอบรถถังในประเทศไทย
เป็นโครงการใกล้เคียงกับการยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองมากที่สุด
เสียดายกองทัพบกในตอนนั้นตัดสินใจไม่ดำเนินการ “รถถังเมดอินไทยแลนด์” จึงค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของทุกคน
บทความนี้ผู้เขียนตั้งใจรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จับเก็บเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์กองทัพบกไทย
อ้างอิงจาก
นิตยสารสมรภูมิฉบับที่
295
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2529
https://pantip.com/topic/30028943
https://forum.warthunder.com/t/th-301-a4/71855/16
https://x.com/ronkainen7k15/status/2014686771037274413
https://tanks-encyclopedia.com/coldwar-germany-th-301/
https://pantip.com/topic/41723540







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น