วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

HK33 Bullpup

 

ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้า

          ระหว่างปี 2533 โรงงานผลิตอาวุธเบา กรมสรรพาวุธ กองทัพบกไทย สามารถผลิตปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐานหรือเอชเค 33 ได้ด้วยตัวเอง โดยได้รับสิทธิบัตรและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท Heckler&Koch ประเทศเยอรมัน แต่เนื่องมาจากอาวุธปืนขนาดค่อนข้างยาว การนำมาใช้งานในพื้นที่คับแคบในยานยนต์หุ้มเกราะ อากาศยาน หรือปฏิบัติการในป่าทืบประสบปัญหาพอสมควร ประเทศต่างๆ แก้ปัญหาโดยนำปืนเล็กยาวแบบบูลพัพเข้าประจำการ กองทัพบกไทยเห็นดังนั้นจึงขึ้นโครงการวิจัยและพัฒนาปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้า โดยนำปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐานมาปรับปรุงเป็นปืนเล็กยาวแบบบูลพัพ ก่อนนำมาอวดโฉมครั้งแรกในงานแสดงอาวุธที่สนามเสือป่า

การนำปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐานมาปรับปรุงเป็นปืนเล็กยาวแบบบูลพัพ นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดหาอาวุธจากต่างประเทศ ยังสะดวกต่อการซ่อมและส่งกำลังบำรุง เพราะปืนบูลพัพรุ่นใหม่สามารถใช้ชิ้นส่วนร่วมกับเอชเค 33 ได้โดยไม่เกิดปัญหา และช่วยให้ทหารไทยมีอาวุธรุ่นใหม่ทันสมัยใช้งานไม่น้อยหน้าชาติอื่น

ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าทำงานด้วยระบบดีเลย์ โบลว์แบล็คและขัดกลอนปิดท้ายลำกล้องโดยใช้ลูกกลิ้งขัดกลอน โครงปืนทำจากแผ่นเหล็กปั๊มขึ้นรูป ประกอบด้วยโครงปืนส่วนบนและส่วนล่าง ซึ่งจะยึดติดกันด้วยสลักยึด 2 ตัวซึ่งอยู่ตอนท้ายของโครงปืน  ทำให้ปืนมีความแข็งแกร่งกว่าปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐาน ซึ่งใช้สลักยึดด้านหลังโครงปืนเพียงตัวเดียว ทำให้รูสลักเกิดการฉีกขาดได้ง่ายหลังการใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง

โรงงานผลิตอาวุธเบา กรมสรรพาวุธออกแบบให้ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้ามีความยาวเพียง 750 มม.สั้นกว่าปืนฟามาส์ของฝรั่งเศสซึ่งยาว 757 มม.รวมทั้งเอ็นฟิลด์ เอสเอ 80 ของอังกฤษซึ่งยาว 785 มม.น้ำหนักเปล่าอยู่ที่ประมาณ 4 กิโลกรัม ระบบป้อนกระสุนปืนใช้ซองกระสุนขนาด 20 นัดและ 40 นัด ลำกล้องปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้ายาว 450 มม.ปลายลำกล้องติดปลอดบังแสงสามารถยิงลูกระเบิดได้ ภายในลำกล้องมี 6 ร่องเกลียววนขวาด้วยอัตราการปิด 7 นิ้วต่อวงรอบ ทำงานร่วมกับกระสุนปืน 5.56x45 รุ่น เอ็ม 855 ได้อย่างแม่นยำ

ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าถูกออกแบบให้อยู่แนวเส้นตรง ส่งผลให้ศูนย์เล็งต้องถูกยกระดับสูงขึ้น กรมสรรพาวุธตัดสินใจเลือกใช้ศูนย์เล็งร่วมกับปืนเล็กยาวบบเอ็ม 16 นอกจากใช้เป็นหูหิ้วยังติดตั้งกล้องศูนย์เล็งเพิ่มเติมได้ โดยจะมีกำลังขยายตั้งแต่ 1.5 ถึง 4 เท่าช่วยในการยิงถูกเป้าหมาย ในสภาวะมีแสงสว่างค่อนข้างจำกัด

ด้านล่างของโครงปืนประกอบไปด้วย ช่องบรรจุซองกระสุน และด้ามจับแบบปืนพกทำจากพลาสติกสังเคราะห์หล่อขึ้นรูป ส่วนพานท้ายถูกออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายพานท้ายปืนกลเอ็ม 60 ในพานท้ายคือชุดลูกเลื่อนตลอดจนกลไกต่างๆ คันบังคับการยิงอยู่ด้านท้ายใกล้ช่องบรรจุซองกระสุน สามารถปรับได้ถึง 3 ตำแหน่งได้แก่ ห้ามไก กึ่งอัตโนมัติหรือยิงทีละนัด และยิงแบบอัตโนมัติ

เนื่องจากปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าทำการยิงจากตำแหน่งหน้าลูกเลื่อนปิด ปัญหาเรื่องกระสุนปืนจุดระเบิดขึ้นเองหลังการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานจนลำกล้องร้อน จึงเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตอาวุธปืนต้องหยิบมาพิจารณา ผลการยิงทดสอบปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าสามารถยิงต่อเนื่องมากถึง 200 นัด ก่อนที่ลำกล้องจะเริ่มร้อนจัดซึ่งนับว่าเกินพอสำหรับมาตรฐานปืนบูลพัพ ยกตัวอย่างเช่นปืนฟามาส์ของฝรั่งเศสกำหนดไว้ว่า ปืนต้องสามารถทำการยิงต่อเนื่องได้ประมาณ 100 นัด

ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าทำงานด้วยระบบดีเลย์ โบลว์แบล็ค ถ่วงเวลาการเปิดท้ายลำกล้องปืนด้วยลูกกลิ้งขัดกลอน วงรอบการทำงานของปืนจึงมีความคลึงปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐาน เมื่อผู้ยิงดึงคันรั้งโครงนำลูกเลื่อนมาด้านหลังแล้วปล่อยกลับเข้าที่ ลูกเลื่อนจะผลักกระสุนออกจากซองบรรจุเข้ารังเพลิงแล้วปิดท้ายลำกล้อง ลูกกลิ้งขัดกลอนจะกางออกเพื่อขัดเข้ากับร่องกลอนที่ส่วนท้ายของรังเพลิง เมื่อผู้ยิงเหนี่ยวไกปลดนกปืนให้เป็นอิสระ แง่ยึดนกปืนจะฟาดลงบนท้ายเข็มแทงชนวน ทำให้ปลายเข็มพุ่งชนจอกกระทบแตกหรือไพรเมอร์เพื่อจุดดินขับให้ลุกไหม้ กลายเป็นแก๊สผลักดันหัวกระสุนวิ่งออกไปจากลำกล้อง โดยที่ปริมาณแก๊สส่วนหนึ่งจะไหลย้อนกลับผ่านร่องที่แซะไว้รอบๆ รังเพลิง ทำหน้าที่ประคองปลอกกระสุนไม่ให้ติดแน่นกับผนังรังเพลิง

เมื่อหัวกระสุนวิ่งผ่านพ้นลำกล้องปืน เข็มแทงชนวนจะเคลื่อนที่ถอยหลังเล็กน้อยทำให้ลูกกลิ้งขัดกลอนหลุดออกจากร่องกลอน ปล่อยให้ลูกเลื่อนเคลื่อนที่ถอยหลังอย่างอิสระ เพื่อรั้งปลอกกระสุนออกจากรังเพลิงและสลัดทิ้งทางช่องคายปลอก เมื่อชุดลูกเลื่อนเคลื่อนตัวถอยหลังจนสุดระยะ แหนบรับแรงสะท้อนถอยหลังซึ่งถูกอัดตัวจะออกแรงดันชุดลูกเลื่อน ให้วิ่งกลับเข้าที่พากระสุนนัดต่อไปเข้าสู่รังเพลิง พร้อมกับปิดท้ายลำกล้องรอคอยการเหนี่ยวไกครั้งถัดไป ในกรณีคันบังคับการยิงอยู่ตำแหน่งกึ่งอัตโนมัติ แต่ถ้าคันบังคับการยิงอยู่ตำแหน่งอัตโนมัติปืนจะลั่นไกต่อเนื่อง ด้วยอัตรายิงระหว่าง 700 ถึง 750 นัดต่อนาที จนกว่ากระสุนจะหมดหรือผู้ยิงหยุดเหนี่ยวไกปืน

ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้ามีความแม่นยำสูง ระยะยิงหวังอยู่ที่ประมาณ 400 ถึง 500 เมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับชนิดกระสุนปืนและศูนย์กล้องเล็งประจำปืน อายุการใช้งานกรมสรรพาวุธกำหนดไว้ที่ประมาณ 10,000 นัด ทว่าใช้งานจริงน่าจะประมาณ 20,000 นัดขึ้นไป สามารถยิงลูกระเบิดชนิดต่างๆ โดยไม่ต้องปรับปรุงปืน ประกอบไปด้วยลูกระเบิดยิงสังหาร ลูกระเบิดยิงต่อสู้รถถัง ลูกระเบิดแก๊สน้ำตา และควันสัญญาณสีต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนชนิดพิเศษเหมือนปืนเล็กยาวรุ่นเก่า

เนื่องจากปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาปรับปรุง จึงอาจมีข้อบกพร่องหลงเหลือให้ต้องแก้ไขต่อไป เมื่อแก้ไขปรับปรุงจนเสร็จสมบูรณ์ปืนจะมีจุดเด่นดังนี้

1.มีความกะทัดรัดคล่องตัวสูง สามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวาง

2.ตัวปืนมีสมดุลดีมีความแม่นยำสูง จึงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการฝึกทหารใหม่

3.ชิ้นส่วนหลักมีค่อนข้างน้อย การถอดประกอบเพื่อทำความสะอาดหรือซ่อมบำรุงจึงทำได้ง่าย

4.สามารถใช้กระสุนปืนขนาด 5.56x45 มม.ได้ทุกรุ่น

5.มีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหนักทุกสมรภูมิประเทศ

6.อัตรายิงระหว่าง 700 ถึง 750 นัดต่อนาที ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมช่วยลดความสิ้นเปลืองกระสุนปืน

7.ใช้ยิงลูกระเบิดแบบมาตรฐานได้ทุกชนิดโดยไม่ต้องดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม

เมื่อปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ อาวุธชนิดนี้น่าจะเป็นอาวุธประจำกายแบบมาตรฐานทหารไทยในอนาคต ส่วนจะเป็นอาวุธประจำกายที่ดีที่สุดสมบูรณ์แบบที่สุดหรือไม่ กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือการออกแบบและการผลิตอาวุธด้วยฝีมือคนไทยภายในประเทศ

บทสรุปปิดท้าย : ผู้เขียนไม่เคยเห็นปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าแม้แต่ครั้งเดียว ดูเหมือนโครงการสุดทันสมัยในปี 2533 จะไม่ประสบความสำเร็จ จึงไม่มีปืนเล็กยาวแบบบูลพัพเข้าประจำการจริง หรืออาจมีประจำการจริงจำนวนน้อยนิดจนแทบไม่หลงเหลือในปัจจุบัน

อ้างอิงจาก : นิตยสารสงคราม ปีที่ 13 ฉบับที่ 437 ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2533

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น