ปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้า
ระหว่างปี 2533
โรงงานผลิตอาวุธเบา กรมสรรพาวุธ กองทัพบกไทย สามารถผลิตปืนเล็กยาว 11
แบบมาตรฐานหรือเอชเค 33 ได้ด้วยตัวเอง
โดยได้รับสิทธิบัตรและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท Heckler&Koch ประเทศเยอรมัน แต่เนื่องมาจากอาวุธปืนขนาดค่อนข้างยาว
การนำมาใช้งานในพื้นที่คับแคบในยานยนต์หุ้มเกราะ อากาศยาน
หรือปฏิบัติการในป่าทืบประสบปัญหาพอสมควร ประเทศต่างๆ
แก้ปัญหาโดยนำปืนเล็กยาวแบบบูลพัพเข้าประจำการ
กองทัพบกไทยเห็นดังนั้นจึงขึ้นโครงการวิจัยและพัฒนาปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้า โดยนำปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐานมาปรับปรุงเป็นปืนเล็กยาวแบบบูลพัพ
ก่อนนำมาอวดโฉมครั้งแรกในงานแสดงอาวุธที่สนามเสือป่า
การนำปืนเล็กยาว
11
แบบมาตรฐานมาปรับปรุงเป็นปืนเล็กยาวแบบบูลพัพ
นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดหาอาวุธจากต่างประเทศ
ยังสะดวกต่อการซ่อมและส่งกำลังบำรุง
เพราะปืนบูลพัพรุ่นใหม่สามารถใช้ชิ้นส่วนร่วมกับเอชเค 33 ได้โดยไม่เกิดปัญหา
และช่วยให้ทหารไทยมีอาวุธรุ่นใหม่ทันสมัยใช้งานไม่น้อยหน้าชาติอื่น
ปืนเล็กยาว
11 แบบก้าวหน้าทำงานด้วยระบบดีเลย์
โบลว์แบล็คและขัดกลอนปิดท้ายลำกล้องโดยใช้ลูกกลิ้งขัดกลอน
โครงปืนทำจากแผ่นเหล็กปั๊มขึ้นรูป ประกอบด้วยโครงปืนส่วนบนและส่วนล่าง ซึ่งจะยึดติดกันด้วยสลักยึด
2 ตัวซึ่งอยู่ตอนท้ายของโครงปืน ทำให้ปืนมีความแข็งแกร่งกว่าปืนเล็กยาว 11
แบบมาตรฐาน ซึ่งใช้สลักยึดด้านหลังโครงปืนเพียงตัวเดียว
ทำให้รูสลักเกิดการฉีกขาดได้ง่ายหลังการใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง
โรงงานผลิตอาวุธเบา
กรมสรรพาวุธออกแบบให้ปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้ามีความยาวเพียง
750 มม.สั้นกว่าปืนฟามาส์ของฝรั่งเศสซึ่งยาว
757 มม.รวมทั้งเอ็นฟิลด์ เอสเอ 80
ของอังกฤษซึ่งยาว 785 มม.น้ำหนักเปล่าอยู่ที่ประมาณ 4 กิโลกรัม
ระบบป้อนกระสุนปืนใช้ซองกระสุนขนาด 20 นัดและ 40 นัด ลำกล้องปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้ายาว 450
มม.ปลายลำกล้องติดปลอดบังแสงสามารถยิงลูกระเบิดได้
ภายในลำกล้องมี 6 ร่องเกลียววนขวาด้วยอัตราการปิด 7 นิ้วต่อวงรอบ ทำงานร่วมกับกระสุนปืน 5.56x45 รุ่น
เอ็ม 855 ได้อย่างแม่นยำ
ปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้าถูกออกแบบให้อยู่แนวเส้นตรง
ส่งผลให้ศูนย์เล็งต้องถูกยกระดับสูงขึ้น
กรมสรรพาวุธตัดสินใจเลือกใช้ศูนย์เล็งร่วมกับปืนเล็กยาวบบเอ็ม 16 นอกจากใช้เป็นหูหิ้วยังติดตั้งกล้องศูนย์เล็งเพิ่มเติมได้
โดยจะมีกำลังขยายตั้งแต่ 1.5 ถึง 4 เท่าช่วยในการยิงถูกเป้าหมาย
ในสภาวะมีแสงสว่างค่อนข้างจำกัด
ด้านล่างของโครงปืนประกอบไปด้วย
ช่องบรรจุซองกระสุน และด้ามจับแบบปืนพกทำจากพลาสติกสังเคราะห์หล่อขึ้นรูป
ส่วนพานท้ายถูกออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายพานท้ายปืนกลเอ็ม 60
ในพานท้ายคือชุดลูกเลื่อนตลอดจนกลไกต่างๆ คันบังคับการยิงอยู่ด้านท้ายใกล้ช่องบรรจุซองกระสุน
สามารถปรับได้ถึง 3 ตำแหน่งได้แก่ ห้ามไก กึ่งอัตโนมัติหรือยิงทีละนัด
และยิงแบบอัตโนมัติ
เนื่องจากปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้าทำการยิงจากตำแหน่งหน้าลูกเลื่อนปิด
ปัญหาเรื่องกระสุนปืนจุดระเบิดขึ้นเองหลังการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานจนลำกล้องร้อน
จึงเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตอาวุธปืนต้องหยิบมาพิจารณา ผลการยิงทดสอบปืนเล็กยาว 11
แบบก้าวหน้าสามารถยิงต่อเนื่องมากถึง 200 นัด
ก่อนที่ลำกล้องจะเริ่มร้อนจัดซึ่งนับว่าเกินพอสำหรับมาตรฐานปืนบูลพัพ
ยกตัวอย่างเช่นปืนฟามาส์ของฝรั่งเศสกำหนดไว้ว่า
ปืนต้องสามารถทำการยิงต่อเนื่องได้ประมาณ 100 นัด
ปืนเล็กยาว
11 แบบก้าวหน้าทำงานด้วยระบบดีเลย์ โบลว์แบล็ค
ถ่วงเวลาการเปิดท้ายลำกล้องปืนด้วยลูกกลิ้งขัดกลอน
วงรอบการทำงานของปืนจึงมีความคลึงปืนเล็กยาว 11 แบบมาตรฐาน
เมื่อผู้ยิงดึงคันรั้งโครงนำลูกเลื่อนมาด้านหลังแล้วปล่อยกลับเข้าที่
ลูกเลื่อนจะผลักกระสุนออกจากซองบรรจุเข้ารังเพลิงแล้วปิดท้ายลำกล้อง
ลูกกลิ้งขัดกลอนจะกางออกเพื่อขัดเข้ากับร่องกลอนที่ส่วนท้ายของรังเพลิง
เมื่อผู้ยิงเหนี่ยวไกปลดนกปืนให้เป็นอิสระ แง่ยึดนกปืนจะฟาดลงบนท้ายเข็มแทงชนวน
ทำให้ปลายเข็มพุ่งชนจอกกระทบแตกหรือไพรเมอร์เพื่อจุดดินขับให้ลุกไหม้ กลายเป็นแก๊สผลักดันหัวกระสุนวิ่งออกไปจากลำกล้อง
โดยที่ปริมาณแก๊สส่วนหนึ่งจะไหลย้อนกลับผ่านร่องที่แซะไว้รอบๆ รังเพลิง
ทำหน้าที่ประคองปลอกกระสุนไม่ให้ติดแน่นกับผนังรังเพลิง
เมื่อหัวกระสุนวิ่งผ่านพ้นลำกล้องปืน
เข็มแทงชนวนจะเคลื่อนที่ถอยหลังเล็กน้อยทำให้ลูกกลิ้งขัดกลอนหลุดออกจากร่องกลอน
ปล่อยให้ลูกเลื่อนเคลื่อนที่ถอยหลังอย่างอิสระ
เพื่อรั้งปลอกกระสุนออกจากรังเพลิงและสลัดทิ้งทางช่องคายปลอก
เมื่อชุดลูกเลื่อนเคลื่อนตัวถอยหลังจนสุดระยะ
แหนบรับแรงสะท้อนถอยหลังซึ่งถูกอัดตัวจะออกแรงดันชุดลูกเลื่อน ให้วิ่งกลับเข้าที่พากระสุนนัดต่อไปเข้าสู่รังเพลิง
พร้อมกับปิดท้ายลำกล้องรอคอยการเหนี่ยวไกครั้งถัดไป ในกรณีคันบังคับการยิงอยู่ตำแหน่งกึ่งอัตโนมัติ
แต่ถ้าคันบังคับการยิงอยู่ตำแหน่งอัตโนมัติปืนจะลั่นไกต่อเนื่อง
ด้วยอัตรายิงระหว่าง 700 ถึง 750 นัดต่อนาที จนกว่ากระสุนจะหมดหรือผู้ยิงหยุดเหนี่ยวไกปืน
ปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้ามีความแม่นยำสูง ระยะยิงหวังอยู่ที่ประมาณ 400 ถึง 500 เมตร
ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับชนิดกระสุนปืนและศูนย์กล้องเล็งประจำปืน
อายุการใช้งานกรมสรรพาวุธกำหนดไว้ที่ประมาณ 10,000 นัด
ทว่าใช้งานจริงน่าจะประมาณ 20,000 นัดขึ้นไป
สามารถยิงลูกระเบิดชนิดต่างๆ โดยไม่ต้องปรับปรุงปืน
ประกอบไปด้วยลูกระเบิดยิงสังหาร ลูกระเบิดยิงต่อสู้รถถัง ลูกระเบิดแก๊สน้ำตา
และควันสัญญาณสีต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนชนิดพิเศษเหมือนปืนเล็กยาวรุ่นเก่า
เนื่องจากปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้าอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาปรับปรุง
จึงอาจมีข้อบกพร่องหลงเหลือให้ต้องแก้ไขต่อไป
เมื่อแก้ไขปรับปรุงจนเสร็จสมบูรณ์ปืนจะมีจุดเด่นดังนี้
1.มีความกะทัดรัดคล่องตัวสูง สามารถนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวาง
2.ตัวปืนมีสมดุลดีมีความแม่นยำสูง จึงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการฝึกทหารใหม่
3.ชิ้นส่วนหลักมีค่อนข้างน้อย
การถอดประกอบเพื่อทำความสะอาดหรือซ่อมบำรุงจึงทำได้ง่าย
4.สามารถใช้กระสุนปืนขนาด 5.56x45 มม.ได้ทุกรุ่น
5.มีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานหนักทุกสมรภูมิประเทศ
6.อัตรายิงระหว่าง 700 ถึง 750 นัดต่อนาที
ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมช่วยลดความสิ้นเปลืองกระสุนปืน
7.ใช้ยิงลูกระเบิดแบบมาตรฐานได้ทุกชนิดโดยไม่ต้องดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม
เมื่อปืนเล็กยาว
11
แบบก้าวหน้าพัฒนาเสร็จสมบูรณ์
อาวุธชนิดนี้น่าจะเป็นอาวุธประจำกายแบบมาตรฐานทหารไทยในอนาคต ส่วนจะเป็นอาวุธประจำกายที่ดีที่สุดสมบูรณ์แบบที่สุดหรือไม่
กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือการออกแบบและการผลิตอาวุธด้วยฝีมือคนไทยภายในประเทศ
บทสรุปปิดท้าย
:
ผู้เขียนไม่เคยเห็นปืนเล็กยาว 11 แบบก้าวหน้าแม้แต่ครั้งเดียว
ดูเหมือนโครงการสุดทันสมัยในปี 2533 จะไม่ประสบความสำเร็จ
จึงไม่มีปืนเล็กยาวแบบบูลพัพเข้าประจำการจริง
หรืออาจมีประจำการจริงจำนวนน้อยนิดจนแทบไม่หลงเหลือในปัจจุบัน
อ้างอิงจาก
:
นิตยสารสงคราม ปีที่ 13 ฉบับที่ 437 ประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2533

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น